กรมควบคุมโรค เร่งสอบสวนโรคในพื้นที่มหาสารคาม หลังตรวจคัดกรองโดยปัสสาวะเบื้องต้น พบพยาธิใบไม้ตับในนิสิต ย้ำพยาธิอยู่ในท่อน้ำดี ได้นาน 20-30 ปี รักษาเร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
พยาธิใบไม้ตับในนิสิต วันนี้ (8 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงวิธีมาตรฐาน ที่ใช้กันในระดับสากลในการตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับ คือ การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามีตัวเต็มวัยของพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี สำหรับการตรวจพบตัวเลขผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น โดยใช้ OV-ATK ซึ่งเป็นเครื่องมือในการคัดกรอง สำหรับการประสานพื้นที่เบื้องต้น ได้ข้อมูลว่า เป็นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิต ยังไม่พบนิสิตที่มีอาการป่วย อย่างไรก็ตาม ควรมีการตรวจยืนยันเพิ่มเติมด้วยวิธีมาตรฐานเพื่อยืนยันการวินิจฉัยต่อไป
ข้อมูลผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 7 ก.ค.69 พบรายงานผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ กลุ่มอายุ 50 – 59 ปี กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 15 – 19 ปี และยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต” เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนักเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งติดได้จากพฤติกรรมการบริโภค “อาหารดิบ” หรือ “กึ่งสุกกึ่งดิบ” ที่ปัจจุบันเป็นกระแสวัฒนธรรมอาหาร
สำหรับผู้ป่วยยืนยันหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลา 10 – 20 ปี จะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้ ในเหตุการณ์นี้ กรมควบคุมโรคจะสนับสนุนการลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจยืนยันตามแนวทางมาตรฐานที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก โดยตรวจอุจจาระด้วยวิธี Modified Kato-Katz และให้ผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อได้รับการรักษาและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การติดพยาธิใบไม้ตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถป้องกันและรักษาได้หากได้รับการรักษาโดยเร็ว พยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิตัวแบนที่ติดต่อจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย พยาธิสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นานถึง 20 – 30 ปี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี
ส่วนความเชื่อที่ว่า การบีบมะนาว การหมัก หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับอาหาร จะสามารถฆ่าพยาธิได้ ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน และวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกินอาหารปรุงสุก ปลาร้าปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตัดวงจรโรค