โฆษก ตร. เผยต้นสังกัดตั้งสอบวินัย "ร.ต.อ.หญิง" ไปเที่ยวเมืองจีนรับจ้างหิ้ว ตกเป็นเหยื่อขบวนการยาเสพติด ซุกกัญชาในกระป๋องลูกเดือย เคราะห์ดีทางการจีนรับฟังข้อเท็จจริง ในไทยเร่งขยายผลคดี เตือน ปชช. อย่ารับฝากหิ้วสัมภาระออกนอกประเทศ
จากกรณีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลเครือข่ายรับจ้าง “หิ้วของ” ไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบการก่อเหตุของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ผู้รับจ้างขนสัมภาระเป็นเครื่องมือ นอกเจากคดี “แอร์ฯมีนา” ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ล่าสุดเป็นคดีของร้อยตำรวจเอกหญิง รับจ้างหิ้วกระป๋องลูกเดือย 30 กระป๋อง เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จีนจับกุมเนื่องจากพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋อง ถูกคุมตัวเพื่อสอบสวนประมาณ 2 เดือน อัยการจีนมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันว่า ร.ต.อ.หญิง ตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้า และไม่ทราบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือน มี.ค.69 ที่ผ่านมา
วันนี้ (8 ก.ค.69) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจหญิงรายดังกล่าว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าผู้เสียหายรับจ้างขนสิ่งของผ่านเพจรับหิ้วสินค้า ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีน ก่อนถูกจับกุมในประเทศจีน
โฆษก ตร. ระบุว่า คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยอาศัยพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ติดต่อว่าจ้างผ่านเพจหรือบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อหลอกให้รับขนสิ่งของผิดกฎหมาย พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นไปต่างประเทศ แม้จะได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต้นสังกัดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยแล้ว หากพบความผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามว่าจะต้องมีการกำชับตำรวจเป็นพิเศษหรือว่ามีมาตรการอะไรเพิ่มหรือไม่ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีระเบียบวินัยที่มากกว่าพี่น้องประชาชนหรือข้าราชการพลเรือนคนอื่นอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ข้าราชการตำรวจต้องตระหนักถึงระเบียบวินัยที่จะต้องปฏิบัติในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้มีรายงานว่า ล่าสุดโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ ร.ต.อ.หญิง รายดังกล่าว ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วน บช.ปส. อยู่ระหว่างขยายผลถึงที่มาของของกัญชาดังกล่าว