ดีเอสไอ เรียกผู้บริหาร บริษัทน้ำมันในสุราษฎร์ธานี รับทราบข้อหา กักตุนน้ำมัน 13 ก.ค.นี้

ดีเอสไอ เรียกผู้บริหาร บริษัทน้ำมันในสุราษฎร์ธานี รับทราบข้อหา กักตุนน้ำมัน 13 ก.ค.นี้

View icon 26
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 18.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดีเอสไอ เรียกผู้บริหาร บริษัทน้ำมันในสุราษฎร์ธานี รับทราบข้อหา กักตุนน้ำมัน 13 ก.ค.นี้ ปมน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร

วันนี้ (9 ก.ค.69) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสาร ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษที่จะต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นั้น

จากมติกรรมการคดีพิเศษดังกล่าว ดีเอสไอได้รับโอนคดีอาญา จากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวหา บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เนื่องจากกรมธุรกิจพลังงานตรวจพบว่าบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 คงคลังในเดือน มี.ค.69 ถึงประมาณ 2.1 ล้านลิตร และมีการนำออกจำหน่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันคงคลัง ในขณะที่เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและทั่วประเทศ ซึ่งกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ดีเอสไอ ได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569

จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน คณะพนักงานสอบสวน ได้ประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้แจ้งข้อกล่าวหาฯ บริษัทพีซีฯ และกรรมการผู้จัดการ ในความผิดฐาน “ร่วมกันไม่นำสินค้าควบคุม(น้ำมันเชื้อเพลิง) ที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ออกจำหน่ายหรือเสนอขายตามปกติโดยไม่มีเหตุอันสมควร” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง มาตรา 30 และมาตรา 41 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาฯ ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 13 ก.ค.69 และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำพยานหลักฐานมาชี้แจง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

คดีความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทำโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นคดีสำคัญที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงทางพลังงานประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และกำชับให้ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนด้วยความรวดเร็วและรอบคอบตามพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคดีนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในแปดคดีที่ดีเอสไอรับผิดชอบ ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง