สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568 และทรงเปิดการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 3

View icon 46
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 09.49 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568 ซึ่งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และสาธารณสุข โดยเฉพาะด้านมะเร็งวิทยา จนเกิดความก้าวหน้าเป็นที่ประจักษ์ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยการยกย่องเชิดชูเกียรติ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ด้านการป้องกัน ควบคุม และ/หรือ ดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งจนเกิดผลดี เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาผลงาน คุณสมบัติ จากผู้ได้รับการเสนอชื่อ 11 คน จาก 7 ประเทศทั่วโลก

และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู อดีตผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ และประธานสภากาชาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และศาสตราจารย์ นายแพทย์ หวัง เจิ้นอี้ ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง เป็นผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568

จากนั้น ทรงเปิดการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ Thailand against cancer as one "Genomic medicine" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพที่สำคัญด้านการป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ในรูปแบบบูรณาการความรู้ และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ที่จะมาแบ่งปัน เทคโนโลยีการแพทย์ จีโนมิกส์ งานวิจัย และปัญญาประดิษฐ์ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในอนาคต

ในการนี้ มีพระดำรัสความตอนหนึ่งว่า "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ Thailand against cancer as one ในวันนี้

ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หวัง เจิ้น อี้ และศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568 จากผลงานอันเป็นคุณูปการต่อวงการแพทย์โลก ในการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Acute Promyelocytic Leukemia หรือ APL จนกลายเป็นมาตรฐานการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยทั่วโลกมีโอกาสหายจากโรค และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการโลหิตวิทยา และเวชศาสตร์มะเร็งของโลก

โรคมะเร็งยังคงเป็นความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของทุกประเทศ การลดภาระโรค และยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย จำเป็นต้องอาศัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ การวิจัย และนวัตกรรมควบคู่ไปกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ข้าพเจ้ามุ่งหวังให้ความก้าวหน้าทางองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถนำไปสู่การป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษาโรคมะเร็ง ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลรักษา ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นพัฒนาการบริการ การวิจัยและนวัตกรรมด้านโรคมะเร็ง เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยและสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าทางวิชาการ งานวิจัย ด้านจีโนมิกส์ และปัญญาประดิษฐ์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการดูแลรักษาโรคมะเร็งในอนาคต อีกทั้งยังสะท้อนความร่วมมือของภาคีทุกภาคส่วนในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง"

จากนั้น ทรงฟังปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "การรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบโพรไมอีโลไซติก ด้วยยาออล-ทรานส์ เรติโนอิก แอซิด (ATRA ) ร่วมกับสารหนูไตรออกไซด์ (ATO) ซึ่งเป็นแนวทางการบำบัดมะเร็งที่มีประสิทธิภาพด้วยการเหนี่ยวนำให้เซลล์ปรับสภาพเติบโตเป็นเซลล์ปกติ" โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉิน จู และศาสตราจารย์ นายแพทย์หวัง เจิ้นอี้ เป็นบุคคลผู้ปฏิวัติการรักษา โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน ชนิดโพรไมอีโลไซติก หรือ APL แต่เดิมเป็นโรคมะเร็งที่ร้ายแรงที่สุด สู่การคิดค้นการรักษาจนมีอัตราหายขาดสูงถึงร้อยละ 95 ด้วยการใช้กรดวิตามินเอ ร่วมกับสารหนู ไตรออกไซด์ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาเคมีบำบัด และกลายเป็นต้นแบบของ "การแพทย์แม่นยำ" ที่ไม่จดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ในการค้นพบ เพื่อให้วงการแพทย์นำไปเป็นตำรับยารักษาแก่ผู้ป่วยทั่วโลก สอดคล้องกับพระปณิธาน ในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้สามารถเข้าถึงยารักษาโรคมะเร็ง ในราคาถูกได้อย่างเท่าเทียม

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ หรือ Princess Chulabhorn Award เป็นรางวัลระดับนานาชาติ ที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ จัดขึ้น ในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 65 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่รู้จักแก่นานาประเทศ ด้วยทรงอุทิศพระองค์ ในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย ในการขับเคลื่อนความร่วมมือ และแสวงหาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ เพื่อป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยจากโรคมะเร็ง ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และโรงพยาบาล เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ตลอดจนประชาชนที่ยากไร้และด้อยโอกาสทั่วประเทศ กำหนดให้มีพิธีพระราชทานรางวัลในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2567 ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จะได้รับโล่รางวัล, ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล จำนวน 50,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อยกย่องคุณูปการอันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

ข่าวอื่นในหมวด