แพทย์แผนไทยฯ – กรมศุลฯ เชื่อมระบบปราบแก๊งขนกัญชาข้ามชาติ

แพทย์แผนไทยฯ – กรมศุลฯ เชื่อมระบบปราบแก๊งขนกัญชาข้ามชาติ

View icon 66
วันที่ 10 ก.ค. 2569 | 16.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปราบแก๊งซุกกัญชาข้ามชาติ กรมการแพทย์แผนไทยฯ – กรมศุลฯ เชื่อมระบบ สกัดตั้งแต่ต้นทาง ย้ำโทษหนักจำคุก 10 ปี ปรับกิโลกรัมละ 3 หมื่นบาท

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมมือ กรมศุลกากร เร่งยกระดับมาตรการสกัดกั้นการลักลอบซุกซ่อนกัญชาออกนอกประเทศ เตรียมเชื่อมข้อมูลระบบ DTAM Next เข้ากับ National Single Window (NSW) ตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ป้องกันเอกสารปลอม พร้อมเตือนโทษหนักจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับกิโลกรัมละ 30,000 บาท เผยมูลค่าส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมทะลุ 2.5 พันล้านบาท

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมประชุมหารือกับ กองบริหารจัดการและพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ (กบช.) และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน รองรับการให้บริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

นพ.เทวัญ เปิดเผยว่า มีการลักลอบซุกซ่อนกัญชาเดินทางออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง สธ. จึงเร่งยกระดับมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง จากเดิมที่เน้นการตรวจสอบด้วยเจ้าหน้าที่และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง ณ ด่านตรวจสนามบิน เปลี่ยนมาเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยสกัดกั้นการกระทำผิดตั้งแต่ต้นทาง

การหารือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตส่งออกสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ระหว่างระบบ DTAM Next ของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อ ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเป็นการรองรับการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ

บทลงโทษสำหรับผู้ที่ลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยกำหนดค่าปรับในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท                   พร้อมริบของกลางเป็นของแผ่นดิน

แม้ประเทศไทยจะอนุญาตให้ใช้กัญชาภายใต้การกำกับดูแลเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ แต่หลายประเทศยังจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดที่มีความผิดร้ายแรง การพัฒนาระบบดิจิทัลในครั้งนี้ จึงไม่เพียงช่วยป้องกันการลักลอบส่งออกเท่านั้น แต่ยังเป็นการคุ้มครองประชาชนไม่ให้ตกเป็นผู้กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และสะท้อนให้ประชาคมโลกเห็นว่าประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลกัญชาที่เข้มงวดโปร่งใสและตรวจสอบได้

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมสูงถึง 2,566 ล้านบาท และมีปริมาณการส่งออกสะสมกว่า 201,658 กิโลกรัม สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดส่งออกสมุนไพรควบคุม

ด้าน ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน ในฐานะผู้กำกับดูแลการเชื่อมโยงระบบระหว่างสองหน่วยงาน เปิดเผยว่า เมื่อระบบเชื่อมโยงแล้วเสร็จ ข้อมูลใบอนุญาตส่งออกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะถูกส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมศุลกากรโดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดขั้นตอนการใช้เอกสารกระดาษ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับเอกสารปลอมได้อย่างแม่นยำ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ผ่านระบบ DTAM Next ได้อย่างครบวงจร จากเดิมที่ต้องจัดเตรียมเอกสารและเดินทางมายื่นด้วยตนเอง ระบบใหม่นี้จะช่วยลดภาระด้านเอกสาร ป้องกันการปลอมแปลง และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง