ศาลแพ่ง สั่งธนาคารดัง ชดใช้เงิน 1 ล้านบาท ให้ “ชาล็อต” ชี้ ประมาทร่วม ปล่อยโอนเงินผิดปกติ 2 ล้านบาท หลังเที่ยงคืน
จากกรณี ชาล็อต ออสติน ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท พร้อมบังคับให้วิดีโอคอล 24 ชั่วโมง ต่อมาศาลพิพากษาจำคุกมิจฉาชีพ โทษสูงสุดคือ 7 ปี 150 เดือน และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี
ล่าสุดวันนี้ (11 ก.ค.69) นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ พ.3955/2568 ที่ บจ.มิสชาล็อต เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องธนาคารแห่งหนึ่ง ในข้อหาผิดสัญญาฝากทรัพย์ ทุนทรัพย์ 4,000,000 บาท
โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์โอนเงินให้แก่มิจฉาชีพจำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,000,000 บาท ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติและมีความเสี่ยงสูง แต่จำเลยกลับไม่มีมาตรการตรวจจับและแจ้งเตือนโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนจำเลยต่อสู้ว่าการทำธุรกรรมของโจทก์นั้น เป็นธุรกรรมปกติ อีกทั้งจำเลยยังมีระบบป้องกันและระบบตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ
ศาลวินิจฉัยว่าการโอนเงินครั้งแรกจำนวนสองล้านบาทนั้น เป็นธุรกรรมปกติที่จำเลยไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า เป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนการโอนเงินครั้งที่สองและครั้งที่สาม จำนวนสองล้านบาทนั้น ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากมีการโอนในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน แต่เนื่องจากความเสียหายจำนวนสองล้านบาทดังกล่าว โจทก์ก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วย ศาลจึงวินิจฉัยให้โจทก์และจำเลยรับผิดคนละกึ่งหนึ่ง
พิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 1,00,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าขึ้นศาลให้ชดใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีและกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท