สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์ - ตำรวจ สน.บางยี่เรือ คุมตัวผู้ต้องหาคดีแจ้งเกิดทิพย์ล็อตแรก ขออำนาจศาลฯ ฝากขังแล้ว เมื่อวานนี้ (11 ก.ค.)
พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ คุมตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการ "พ่อทิพย์" รับสวมรอยเป็นพ่อในใบสูติบัตรให้กับ พ่อ-แม่ ชาวจีนที่ให้กำเนิดลูก ล็อตแรก 27 คน ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผัดแรก
นายประจวบ 1 ในผู้ต้องหาคดีนี้ และเป็นผู้ต้องหาคดีนอมินีของบริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม เมื่อปีที่แล้ว เดินขึ้นรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อฯ แต่จากข้อมูลของตำรวจ นายประจวบ เข้าใจว่า เด็กที่เกิดเป็นลูกของตัวเอง ขัดแย้งกับพยานหลักฐานที่ตำรวจถืออยู่ ดังนั้น ผู้ต้องหาต้องไปชี้แจงกันในชั้นศาลฯ
ขณะที่ แม่ของ 1 ใน 27 ผู้ต้องหา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุก็รู้สึกเครียด จนอยากฆ่าตัวตาย เชื่อว่า ลูกชายของตัวเองถูกเพื่อนสาวชาวจีนที่เรียนมาด้วยกันหลอกใช้
เบื้องต้น ทนายความของ นายประจวบ และหญิงชาวจีน เตรียมเงินสดไม่เปิดเผยจำนวนมาประกันตัวทั้ง 2 คน ส่วนคดีนอมินี บริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้
คดีนี้ ตำรวจฝ่ายสืบสวน ยังขยายผลจับกุมเพิ่มอีก 4 คน เป็นชายไทย 2 คน และครอบครัวชาวจีนอีก 2 คน จึงทำให้มีผู้ต้องหาถูกจับกุม รวมทั้งสิ้น 31 คน โดยผู้ต้องหา 4 คน ในล็อตที่ 2 ตำรวจจะนำตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขังในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม นี้
สำหรับผู้ต้องหา ล็อตแรก 27 คน ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯ ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง แต่ศาลฯ ไม่อนุญาต เนื่องจากพฤติการณ์ตามคำร้องเป็นเรื่องร้ายแรง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ เกี่ยวข้องกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นภัยต่อความมั่นคง ประกอบกับพนักงานสอบสวนฯ ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงพาตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าเรือนจำ
กระทรวงมหาดไทย สั่งสำนักทะเบียน 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กำหนดให้กรณีที่บิดา หรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดา-มารดาและป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้เอกสารเท็จ