ครอบครัวรับร่างผู้ช่วยพยาบาลสาวเหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์ สามีซึ่งเป็นทหารยศสิบเอก ร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากทั้งคู่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึง 1 เดือน และผู้ตายนั่งทานข้าวที่ร้านดังกล่าว เพื่อรอสามีมารับกลับบ้าน ก่อนเกิดเหตุสลด
วันที่ 14 ก.ค. 69 เมื่อเวลา 01.00 น.บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและคราบน้ำตา เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างของนางสาวมณีรัตน์ บ่มกลาง อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้ถูกเคลื่อนย้ายเดินทางมาถึงบ้านเกิด ที่บ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว
ทันทีที่รถกู้ภัยนำหีบศพมาถึงบริเวณบ้าน ครอบครัวและญาติพี่น้องที่มารอรับศพต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าโดยเฉพาะผู้เป็นพ่อ แม่ ของนางสาวมณีรัตน์ ที่ยังคงอยู่ในอาการช็อกและทำใจไม่ได้กับความสูญเสียอย่างกะทันหันในครั้งนี้ ขณะที่สามีของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นทหารยศสิบเอกได้ร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากทั้งคู่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่ถึง 1 เดือน
ด้านนางมยุรี อายุ 57 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกว่า 20 ปี คืนเกิดเหตุหลังจากลูกสาวออกเวรได้มานั่งกินข้าวรอสามีที่จะมารับกลับบ้าน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นข่าวไฟไหม้โรงเบียร์และมีผู้เสียชีวิตหลายราย ซึ่งลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัว ตั้งใจไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินมาจุนเจือที่บ้าน ไม่คิดเลยว่าการไปทำงานครั้งนี้จะไม่ได้กลับมาพบกันอีกแบบมีลมหายใจ ในส่วนมาตรการเยียวยานั้น ตนเองหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและได้รับการดูแลเยียวยาอย่างเหมาะสมกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้