ป.ป.ช. สนธิกำลังตำรวจท่าฉัตรไชย รวบอดีตตำรวจการเงิน ทุจริตเงินงบประมาณตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 7 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีตัวเอง
วันนี้ (25 ส.ค. 69) เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ภูเก็ต ดำเนินการสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5) ที่ 15/2569 ลงวันที่ 9 มี.ค. 69 ซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ชื่อ ส.ต.ท.อภิรักษ์ ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งบุคคลใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ฐานใช้เอกสาร เอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการปลอม
ฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้สิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ฐานลักทรัพย์และฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและในสถานที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 264, 265, 268 ประกอบมาตรา 264, 265, 269/5, 269/7, 334, 335 (1) (8) ประกอบมาตรา 91
ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (1) และ (5)
โดยเมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ราชการ งานงบประมาณและการเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพฤติการณ์จัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงินปลอมเพื่อเบิกเงินงบประมาณของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และโอนเงินดังกล่าว เข้าบัญชีของตนเองจำนวน 12 ครั้ง ระหว่างเดือน มิ.ย. – ก.ค. 65 รวมเป็นเงิน 7,049,806.36 บาท
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีมาพักอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนฯ จึงได้สนธิกำลังกับงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ภูเก็ต และ สภ.ท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ ที่บริเวณบ้านพักหลังหนึ่ง หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ภายหลังการจับกุมผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป