ครูสาวสุดช้ำ ค้ำประกันเงินกู้ ถูกเพื่อนครูเบี้ยวหนี้ แบกภาระ 16 ล้านบาท

ครูสาวสุดช้ำ ค้ำประกันเงินกู้ ถูกเพื่อนครูเบี้ยวหนี้ แบกภาระ 16 ล้านบาท

View icon 162
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 19.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ครูสาวสุดช้ำ ถูกเพื่อนครูลอยแพ แบกภาระหนี้แทนกว่า 16 ล้านบาท หลังค้ำประกันเงินกู้ให้ 5 คน แต่เบี้ยวไม่จ่าย จนโดนฟ้อง-ไม่เข้ากระบวนการประนอมหนี้ ยอมล้มละลายเลี่ยงชำระหนี้ ใช้ชีวิตสุขสบาย ยังเป็นครูโรงเรียนเอกชน

วันนี้ (25 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ จ.บุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงิน เซ็นค้ำประกันเงินกู้สถาบันการเงินและต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการถูกฟ้องร้อง ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครู 5 คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ แต่ครูคนที่กู้ได้ผิดนัดชำระ กระทั่งปี 2565 โดนธนาคารฟ้องร้อง โดยครู 2 คนแรก ที่ถูกฟ้องไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย  เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้

ครูติ๋ว บอกว่า ตนซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระชำระหนี้แทน ในฐานะผู้ค้ำรวมเกือบ 1 ล้านบาท โดยถูกหักจากเงินเดือน ๆ ละ 5,900 บาท จนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องชำระทั้งหนี้ของตัวเอง และยังต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนเพื่อนครูที่ยอมเป็นบุคคลล้มละลายอีก จนเกิดความเครียดสะสม และล้มป่วยเส้นเลือดสมองแตกต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ และที่ขอนแก่นนานเกือบเดือน ทุกวันนี้ยังต้องไปตรวจรักษาตามนัดต่อเนื่อง

ต่อมาปี 2568 ได้รับหมายศาลกรณีค้ำประกันเงินกู้ครูคนที่ 3 ซึ่งไม่ชำระหนี้ตามสัญญา และยอมเป็นบุคคลล้มละลายเช่นกัน มาฟ้องให้ชำระหนี้แทนผู้กู้อีกกว่า 4 ล้านบาท ล่าสุดปี 2569 ทางธนาคารได้รวมยอดหนี้ทั้งของครูที่กู้และของตนที่กู้ต้นสังกัดไปปิดหนี้ธนาคาร ฟ้องเรียกเงินจากตนเพียงคนเดียว รวมยอดหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า 16 ล้านบาท เนื่องจากเพื่อนครูที่ตนเองเซ็นค้ำให้ทั้ง 4 คน ยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เหลือตัวเองเพียงคนเดียวที่ยังรับราชการ ซึ่งตนมองว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะแม้คครูทั้ง 4 คน จะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ยังได้รับเงินเลี้ยงชีพจากกองพิทักษ์ทรัพย์ เดือนละ 18,000 บาท แถมยังทำหน้าที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชน บางคนมีธุรกิจบ้านเช่า และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างสุขสบาย

ในขณะที่ตนซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน แต่กลับต้องรับภาระจ่ายหนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนเงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัวและส่งลูกเรียน ต้องไปหยิบยืมคนอื่น ตอนนี้เครียดมาก บางครั้งก็อยากจะจบชีวิตเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบ แต่ก็สงสารลูกสาวที่ยังอยู่ในวันเรียน ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ. รวมถึง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนั้น และ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตลอดจนศึกษาธิการจังหวัดให้หาแนวทางช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด

ครูติ๋ว ยังพูดพลางน้ำตาคลอเบ้าและเสียงสั่นเครือว่า ตามหลักกฎหมายอาจจะทำอะไรครูทั้ง 4  คนไม่ได้ เพราะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ความเป็นจริงครูยังมีเงินเลี้ยงชีพเดือนละเกือบ 2 หมื่นบาท และมีรายได้ทางอื่นอีก อยากให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบหนี้ของตัวเองด้วย ซึ่งวันที่ 9 ก.ย. 69 นี้ ก็ต้องเดินทางไปเจรจาประนอมหนี้กับกองพิทักษ์ทรัพย์ แต่สุดท้ายหากไม่มีทางเลือก และต้องถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ตนก็ต้องออกจากราชการครู ทำให้ขาดรายได้ และจะทำให้ครูอีก 2  คน ที่ค้ำประกันให้ตนต้องได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย จึงอยากเรียกร้องให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ หาแนวทางช่วยเหลือด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง