วสท.เก็บหลักฐานเพิ่ม โซนหน้าเวทีเพลิงลุกรุนแรงสุด ยังไม่สามารถยืนยันว่ามีการเติมสารหน่วงไฟหรือไม่

วสท.เก็บหลักฐานเพิ่ม โซนหน้าเวทีเพลิงลุกรุนแรงสุด ยังไม่สามารถยืนยันว่ามีการเติมสารหน่วงไฟหรือไม่

View icon 28
วันที่ 15 ก.ค. 2569 | 11.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วสท. ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานเพิ่ม เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โซนหน้าเวทีเพลิงลุกรุนแรงสุด ยังไม่สามารถยืนยันว่ามีการเติมสารหน่วงไฟหรือไม่

วันนี้ (15 ก.ค.69) นางสาวบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย ภายใต้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว พร้อมเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันจันทร์ ประเด็นที่สงสัยคือปริมาณก๊าซเชื้อเพลิงจำนวนมากเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ในเบื้องต้นพบว่า เชื้อเพลิงบริเวณฝ้าเพดาน ที่เป็นวัสดุตกแต่งไม่ได้มีความหนาหรือปริมาณมากนัก แต่พบว่าฝ้าเพดาน เป็นโครงสร้างเหล็ก มีวัสดุกันความร้อนแบบฉีดพ่นเหนือฝ้า ความหนาประมาณ 3 นิ้ว ครอบคลุมเต็มพื้นที่ และสังเกตเห็นร่องรอยการไหม้ตั้งแต่วันจันทร์

ซึ่งเมื่อวานนี้ ทีมกองพิสูจน์หลักฐานร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดฝ้าเพดานเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีแรงดันอัดจากด้านล่างจนทำให้ฝ้าเพดานแตกลงมา ก่อนเก็บข้อมูลพบสภาพการลุกไหม้ภายในที่เกิดจากแรงดันสูงอัดขึ้นจากด้านล่าง

โดยพื้นที่ด้านในมีการฉีดพ่นโฟมเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน ส่วนบริเวณที่ลุกไหม้รุนแรงที่สุด คือโซนหน้าเวที หากสังเกตจากคลิปวิดีโอย้อนหลัง จะเห็นกลุ่มควันจำนวนมาก โดยควันดังกล่าวคือไอก๊าซเชื้อเพลิงที่หลายคนระบุว่ามีกลิ่นแสบจมูก และพุ่งออกมาจากภายใน มีการลุกไหม้จากด้านใน เนื่องจากเกิดแรงดันสูงพุ่งออกมาตามจุดต่าง ๆ ทั้งช่องเจาะโฟมและฝ้าเพดาน ทำให้เห็นควันพวยพุ่งออกมาประกอบกับช่วงที่มีการอพยพและเปิดประตูด้านหลัง ทำให้ก๊าซเชื้อเพลิงจำนวนมากปะทะกับอากาศ จนเกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรง

สำหรับตัวโฟมที่ใช้ จะมีคุณสมบัติในการต้านไฟหรือไม่ ยังต้องนำไปพิสูจน์เพิ่มเติม โดยลักษณะการลุกไหม้ที่พบ คือบริเวณผิวโฟมความหนา 3 นิ้ว ในส่วนที่ห่างจากเวทีพบการเสียรูปจากการระเบิดประทุ แต่บริเวณเหนือเวทีและบาร์น้ำ มีการเคลือบแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป โดยพื้นที่ทั่วไปจะฉีดพ่นโฟมเหนือฝ้าเพดานหนา 3 นิ้ว ขณะที่บริเวณหน้าเวทีและบาร์น้ำมีการเคลือบด้านล่าง ทำให้ยังเหลือเนื้อโฟม แต่ด้านบนไม่พบเนื้อโฟมแล้ว เหลือเพียงคราบเขม่าจากเพลิงไหม้ ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในบริเวณดังกล่าว

ส่วนโฟมที่ใช้ได้มาตรฐานหรือไม่นั้น มองว่า แม้โฟมที่มีการเติมสารหน่วงไฟจะติดไฟได้ยากในระดับอุณหภูมิหนึ่ง แต่โฟมยังคงเป็นวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง หากได้รับความร้อนสูงเกินกว่าค่าที่ใช้ในการทดสอบ ก็สามารถลุกไหม้ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการเติมสารหน่วงไฟหรือไม่ จำเป็นต้องส่งตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบ

ซึ่งประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อน การนำโฟมมาฉีดพ่นเป็นฉนวนอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอัคคีภัย ดังนั้น ก่อนเลือกใช้งานต้องพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุที่ไม่ลามไฟหรือจุดติดไฟได้ยาก ซึ่งมีจำหน่ายทั่วไป รวมถึงต้องพิจารณาระบบไฟฟ้าร่วมด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะวัสดุเพียงอย่างเดียว เพราะหากระบบไฟฟ้าบนฝ้าเพดานถูกปิดทึบ ไม่มีช่องระบายความร้อน ความร้อนสะสมจะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพได้

นางสาวบุษกร ยังอธิบายเพิ่มอีกว่า จากการจำลองเหตุการณ์เพลิงไหม้ หากอาคารมีเพดานต่ำ เมื่อเกิดไฟลุกไหม้ที่เพดาน ความร้อนจะสะสมและแผ่ลงด้านล่าง ทำให้ไฟลุกลามเร็วขึ้น อีกทั้งชั้นควันจะถูกกดต่ำลงมา จนอยู่ในระดับจมูก ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ภายในอาคาร

ดังนั้น อาคารที่มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก ควรมีระบบระบายควันไฟตามมาตรฐาน เมื่อเกิดเหตุจะต้องสามารถระบายควันได้ ทั้งในรูปแบบการระบายตามธรรมชาติ เช่น การเปิดช่องระบาย หรือใช้พัดลมระบายควัน เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้อาคาร และการระบายควันออกจากพื้นที่ยังช่วยลดอุณหภูมิของโครงสร้างอาคารได้

ส่วนประเด็นด้านกฎหมาย หากพิจารณาเฉพาะอาคารที่จดทะเบียนเป็นสถานบริการ อาจทำให้ยังมีอาคารอีกจำนวนหนึ่งที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยง ดังนั้น หากต้องการยกระดับความปลอดภัย ควรพิจารณาอาคารที่มีลักษณะการใช้งานเดียวกัน มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และกำหนดให้เลือกใช้วัสดุที่เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของสถานบันเทิงและอาคารที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นทุกแห่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง