สธ. ลงพื้นที่ตรวจยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับ ม.ราชภัฏมหาสารคาม ตรวจจากอุจจาระ 309 คน พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 คน หารือกรมวิทย์ฯ สรุปแนวทางการใช้ชุดทดสอบทางปัสสาวะ
พยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตจำนวนมากที่จังหวัดมหาสารคาม วันนี้ (15 ก.ค.69) นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยระบุว่า จากการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) คัดกรองนิสิตจำนวน 2,200 คน พบผลบวก 451 คน กองระบาดวิทยาจึงได้ร่วมมือกับกองโรคติดต่อทั่วไป และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งได้รับตัวอย่างมาทั้งสิ้น 309 คน
จากการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Modified Kato Katz และ FECT พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 คน นอกจากนี้ยังตรวจพบพยาธิชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 4 คน พยาธิตัวตืด 5 คน พยาธิเส้นด้าย 2 คน และพยาธิแส้ม้า 1 คน ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีแนวทางปฏิบัติและมาตรฐานการจ่ายยาถ่ายพยาธิอย่างชัดเจน โดยจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเมื่อตรวจอุจจาระแล้วพบผลเป็นบวกเท่านั้น พร้อมกันนี้จะเร่งร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อสรุปแนวทางการใช้ชุดทดสอบทางปัสสาวะในทางเทคนิคต่อไป เพื่อให้การเฝ้าระวังโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับสถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับของประเทศไทยในภาพรวม มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ในพื้นที่เสี่ยงสูงลดลงจากร้อยละ 16.27 ในปี พ.ศ. 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 2.53 ในปี พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือตอนบน ยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 กรมควบคุมโรคได้ยกระดับการคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยสามารถตรวจอุจจาระคัดกรองประชาชนไปได้ถึง 240,220 ราย (คิดเป็นร้อยละ 160.14 ของเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 150,000 ราย) และได้นำผู้ที่ตรวจพบเชื้อจำนวน 6,074 ราย เข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว
นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า โรคพยาธิใบไม้ตับจัดเป็น "ภัยเงียบ" ที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี โดยในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ตัวอ่อนของพยาธิจะอาศัยอยู่บริเวณเนื้อ ใต้เกล็ด และครีบของปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เมื่อประชาชนบริโภคปลาชนิดดังกล่าวที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สูงกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อถึง 5.5 - 6.4 เท่า ซึ่งโรคนี้มีอัตราความรุนแรงและสูญเสียชีวิตสูง