ครอบครัวเศร้า นำร่าง “ส.ต.ต.” เหยื่อเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลับบ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ พ่อภูมิใจในตัวลูก มุ่งมั่นจนสอบติดตำรวจ ถือว่าทำบุญมาน้อย ถ้าหนีเอาตัวรอดคนเดียวก็น่าจะรอด ทราบว่าห่วงแฟนย้อนกลับไปช่วย จนสำลักควันเสียชีวิต
วันนี้ (15 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 6 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำร่าง ส.ต.ต.สิทธิโชค บุทธิทักษ์ อายุ 25 ปี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ส.3 หนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลับบ้านเกิด เพื่อประกอบพิธีสวดอภิธรรมที่บ้าน 3 คืน ในระหว่างวันที่ 15 – 17 ก.ค. 69 และจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. 69 โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว
นายวิสูตร บุทธิทักษ์ พ่อผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทราบข่าวจากญาติว่าลูกชายคนเล็กเสียชีวิตในช่วงเวลาเที่ยงคืนครึ่งของวันเกิดเหตุ ซึ่งก่อนลูกชายจะเสียชีวิตก็พากันไปเที่ยวชะอำกันทั้งครอบครัว เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และตอนทราบข่าวก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ เพราะตอนญาติโทรศัพท์มาบอกครั้งแรกก็คิดว่าลูกชายเป็นตำรวจ น่าจะเคยฝึกเคยเรียนมาถึงทางหนีทีไล่สามารถเอาตัวรอดได้ แต่พอไปดูในพื้นที่จริงแล้วมันไม่ใช่ หากตัวลูกชายจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวก็คงจะออกมาได้ทันที แต่มีแฟนที่ไปด้วยกันก็เลยเป็นห่วง จึงได้ย้อนกลับเข้ามาช่วย จนทำให้เกิดสำลักควัน ขาดอากาศหายใจไปล้มฟุบในห้องน้ำ กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายวิสูตร บอกอีกว่า ด้านผู้บังคับบัญชาของลูกชายบอกว่าวันฌาปนกิจจะมาคุยรายละเอียดการช่วยเหลือเยียวยารับสิทธิ โดยให้เตรียมเอกสารต่าง ๆ ไว้รอ เข้าใจว่าขั้นตอนของทางราชการก็ต้องช้านิดหน่อย โดยวันนี้ต้องขอบคุณมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่มาส่งให้ฟรี และยังให้เงินช่วยเหลือค่าทำศพอีก 2 หมื่นบาท ขณะที่กระทรวงยุติธรรมก็แจ้งมาว่าจะมีเงินเยียวยาช่วยเหลือให้อีก 300,000 บาท เขตจตุจักรช่วยมาอีก 2 หมื่นกว่าบาท ส่วนสวัสดิการตำรวจก็ไม่ทราบว่าจะได้อย่างไร
นายวิสูตร บอกด้วยว่า ภูมิใจในตัวลูกชาย มีมานะอดทน ขยันอ่านหนังสือสอบจนสอบติดตำรวจได้สำเร็จ เพราะตนบอกว่าอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่มั่นคง ถ้าเทียบกับตนที่ขับรถแท็กซี่ก็ได้รายได้วันต่อวันแค่นั้น ไม่มีความแน่นอนว่าจะได้มากได้น้อย ซึ่งลูกชายบอกว่าที่อยากเป็นตำรวจก็เพราะเห็นพี่ ๆ ที่เป็นกลุ่มเด็กวันด้วยกันเป็นตำรวจและทหารเกือบทุกคน จนเพียรพยายามสอบถึง 3 ครั้ง ถึงสอบติด โดยไม่ได้ไปติวที่ไหน อ่านหนังสือเอง ถือว่าลูกชายทำบุญมาน้อย ไม่สามารถย้อนคืนเวลาได้ คนอยู่ก็ต้องสู้กันต่อไป