ชาวบ้านน้ำตาคลอ แห่ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ชาวบ้านน้ำตาคลอ แห่ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

View icon 96
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 11.00 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
ชาวบ้านที่ จ.นครราชสีมา น้ำตาคลอ แห่ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแน่นธนาคาร วอนรัฐบาลพิจารณาใหม่ตามสภาพความเป็นอยู่จริง

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาตรวจสอบสิทธิ สอบถามรายละเอียด และยื่นทบทวนสิทธิ หลังตรวจสอบสถานะแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ โดยหลายคนระบุว่ารู้สึกผิดหวังและอยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว

นายวิวัฒน์ไชย อายุ 62 ปี อาชีพรับจ้าง เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายื่นทบทวนที่ธนาคารกรุงไทย หลังตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชันแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบระบุว่ามีทรัพย์สินประเภทรถยนต์ จึงต้องการสอบถามรายละเอียดและยื่นคำร้องเพื่อขอให้มีการตรวจสอบใหม่

นายวิวัฒน์ไชย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่การคัดกรองรอบนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น เมื่อทราบผลว่าไม่ผ่านก็รู้สึกเสียใจ เพราะเงินช่วยเหลือแม้จะไม่มาก แต่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้ ทั้งการซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน

เข้าใจถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องกำหนดหลักเกณฑ์และตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด แต่เห็นว่าการมีทรัพย์สินบางประเภทไม่ได้หมายความว่าจะมีฐานะดี หรือมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาสภาพความเป็นอยู่และรายได้ที่แท้จริงของประชาชนเป็นรายบุคคล

บางครอบครัวแม้ไม่มีรายได้ประจำ แต่มีบุตรหลานส่งเงินมาให้ใช้จ่ายครั้งละเพียง 400-500 บาท เมื่อนำยอดเงินเข้าบัญชีตลอดปีมาคำนวณ อาจทำให้ระบบประเมินว่ามีรายได้เกินเกณฑ์ ทั้งที่เป็นเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่รายได้ประจำหรือเงินออม

ฝากถึงรัฐบาลว่า อยากให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและพิจารณาตามสภาพความเป็นอยู่จริง ไม่ควรตัดสิทธิจากข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว พร้อมสะท้อนถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ล่าสุดสูงกว่า 700 บาท จากเดิมประมาณ 400-500 บาทต่อเดือน ทั้งที่ภายในบ้านมีเพียงพัดลม ตู้เย็น และหม้อหุงข้าว ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ด้านนางดาด อายุ 75 ปี เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบสิทธิผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่าสถานะขึ้นสีแดงและไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีบ้านหรือที่ดินเป็นของตนเอง ปัจจุบันเช่าบ้านพักอาศัย ขณะที่สามีเป็นผู้พิการ ส่วนบุตรหลานต่างมีภาระของตนเองและไม่ได้ส่งเงินมาช่วยเหลือเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด เงินช่วยเหลือดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มาก โดยเฉพาะการซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปและของใช้จำเป็นสำหรับสามีที่พิการ แม้สามีจะยังได้รับสิทธิ แต่ครั้งนี้ตนกลับไม่ผ่านเกณฑ์ จึงรู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจถึงสาเหตุ

วันนี้จึงเดินทางมายื่นทบทวนเพื่อขอทราบเหตุผลที่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินหรือเงินฝากจำนวนมาก และมีฐานะยากจนจริง หากท้ายที่สุดการทบทวนไม่สำเร็จ ก็พร้อมยอมรับผล แม้เงินช่วยเหลือจะไม่มาก แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว

นางดาด ยังตั้งข้อสังเกตว่า พบเห็นบางรายมีเงินฝากจำนวนมาก หรือมีบุตรหลานทำงานต่างประเทศส่งเงินให้เป็นประจำ แต่ยังได้รับสิทธิ ขณะที่ตนไม่มีทรัพย์สินและไม่มีรายได้แน่นอนกลับไม่ผ่านเกณฑ์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม

พร้อมฝากถึงรัฐบาลว่า อยากให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างจริงจัง โดยประสานผู้นำชุมชนและคนในพื้นที่ร่วมยืนยันข้อเท็จจริง เพราะเป็นผู้ที่ทราบดีว่าแต่ละครอบครัวมีฐานะและความเป็นอยู่อย่างไร พร้อมขอให้พิจารณาช่วยเหลือผู้ที่มีความเดือดร้อนจริง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีบ้านเป็นของตนเองและต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่พิการ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล ได้เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อสอบถามและยื่นทบทวน โดยแนะนำให้ตรวจสอบผลผ่านช่องทางที่ภาครัฐกำหนด และเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำร้อง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการ

ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถยื่นทบทวนได้ระหว่างวันที่ 17–31 กรกฎาคม 2569 ผ่านหน่วยงานและธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงธนาคารกรุงไทย โดยเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง