บ้านพักตากอากาศหรู รุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน รื้อถอนเองเป็นรายที่ 2 แล้ว เตรียมออกประกาศแจ้งเตือนผู้ประกอบการ 15 ราย แจ้งความประสงค์เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน
วันนี้ (17 ก.ค. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานจาก นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน กับพื้นที่ทำกินของประชาชน
ล่าสุด เจ้าของบ้านพักตากอากาศหรู เข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ด้วยตนเองตามคำพิพากษาศาลแล้ว ซึ่งนับเป็นรายที่ 2 แล้วที่เข้าดำเนินการรื้อถอนโดยสมัครใจ ภายหลังคดีถึงที่สุด โดยสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างรื้อถอนมีจำนวน 8 รายการ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 11 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา
โดยคดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการตรวจปราบปรามของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ซึ่งตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาศาลจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานฯ จำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด โดยคดีได้ถึงที่สุดแล้ว
ต่อมา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ผู้แทนเจ้าของบ้านพักได้ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ขอเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ ก่อนเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 14–15 กรกฎาคม 2569
ทางนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน รายงานว่า ปัจจุบันการรื้อถอนมีความคืบหน้าประมาณ 50% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ส่วนกรณีอีกรีสอร์ทซึ่งอยู่ระหว่างการรื้อถอนเช่นกัน ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ 70% โดยความล่าช้าเกิดจากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติทับลานอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศแจ้งเตือนผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ 15 ราย ซึ่งกระบวนการทางศาลปกครองได้สิ้นสุดลงแล้ว ให้แจ้งความประสงค์เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับทราบประกาศ หากไม่ดำเนินการ อุทยานแห่งชาติทับลานจะเข้าดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป