กมธ.ฟอกเงินฯ จ่อถกปมเงินวัดพุทไธศวรรย์ 215 ล้าน จี้ ปปง.-ตำรวจ เช็กเส้นทางเงิน-ตามยึดทรัพย์คืน ขยายผลกลุ่มบุคคลอื่น ยันไม่แทรกแซงคดี
วันนี้ (13 ก.ย.69) นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร และ สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ เตรียมนำกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เพื่อหาข้อเท็จจริงและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกรอบอำนาจหน้าที่ของ กมธ. หลังจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานส่งมอบให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยพบข้อมูลธุรกรรมเกี่ยวกับเงินบริจาค เงินจากการเช่าบูชาพระเครื่อง และเงินเพื่อการบูรณะวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวพันกับเส้นทางการเงิน การโอน และการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงการตรวจสอบว่าธุรกรรมหรือทรัพย์สินเหล่านั้นเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการโดยตรงในการศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ จะมุ่งติดตามกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง การติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงการดำเนินคดีหรือการพิจารณาความผิดของบุคคล
“เรื่องนี้มีจำนวนเงินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวนมาก และเป็นกรณีที่ประชาชนรวมถึงสังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง คณะกรรมาธิการจึงเห็นควรติดตามว่าการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินมีความคืบหน้าอย่างไร เงินและทรัพย์สินถูกนำไปยังบุคคลหรือบัญชีใด และหากพบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่” นายพิทักษ์เดช กล่าว
ประธาน กมธ.ฟอกเงินฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และนำไปสู่การติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกลับคืนมาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป