ปลัดมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ - ผู้นำท้องถิ่น เตรียมความตั้งศูนย์จัดการน้ำ แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ตรวจสอบคันกั้นน้ำและเครื่องจักร รับมือฤดูฝน

ปลัดมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ - ผู้นำท้องถิ่น เตรียมความตั้งศูนย์จัดการน้ำ แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ตรวจสอบคันกั้นน้ำและเครื่องจักร รับมือฤดูฝน

View icon 133
วันที่ 19 ก.ค. 2569 | 11.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สั่งเดินหน้าเชิงรุก 9 มาตรการรับมือฤดูฝน 2569 ใช้กลไกผู้ว่าฯ - ท้องถิ่นทั่วประเทศ เร่งตั้งศูนย์จัดการน้ำ - แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมกำชับลงพื้นที่ตรวจสอบคันกั้นน้ำและเตรียมเครื่องจักรให้พร้อม

วันนี้ (19 ก.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยตามแผนซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ บูรณาการสรรพกำลังร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างเต็มกำลัง โดยหมั่นลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ การกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ และการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบัญชาการเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมถึงการสร้างเครือข่ายเตือนภัยในระดับชุมชน ผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสื่อสารแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

สำหรับ 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ได้แก่
1. คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเสี่ยงฝนทิ้งช่วง
2. ทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำแบบบูรณาการในระดับลุ่มน้ำและกลุ่มลุ่มน้ำ
3. เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล เครื่องมือ และบุคลากร ให้พร้อมเข้าปฏิบัติงานได้ทันที
4. ตรวจสอบติดตามความมั่นคงปลอดภัยคันกั้นน้ำ ทำนบ พนังกั้นน้ำ
5. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ
6. จัดตั้ง “ศูนย์บริหารจัดการน้ำก่อนเกิดภัย” ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการเชิงรุกในการลงพื้นที่
7. เร่งพัฒนาและเก็บกักน้ำ ในแหล่งน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในระยะยาว
8. สร้างการรับรู้ความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งเครือข่าย การเฝ้าระวังให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
9. ติดตามประเมินผล เพื่อปรับมาตรการให้สอดรับกับสถานการณ์ภัยในอนาคตต่อไป ซึ่งการเชื่อมโยงมาตรการทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน จะทำให้การดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือฤดูฝน ปี 2569 บรรลุเป้าหมายและสามารถขับเคลื่อนการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที" นายอรรษิษฐ์ กล่าวเน้นย้ำ