ข่าวภาคค่ำ - ประชาชนที่หลุดเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 2.7 ล้านคน ยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอทบทวนสิทธิของตนเองอีกครั้ง
ประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ทยอยเข้ายื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หลังระบบแจ้งไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากถูกพิจารณาว่าเป็นบุคคลที่ครอบครองรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เกินเงื่อนไข
หลายคนยืนยันว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน เช่น ขายรถไปนานแล้ว บางคนถูกไฟแนนซ์ยึดรถไปแล้ว แต่ยังมีชื่อในทะเบียน ด้านเจ้าหน้าที่ขนส่ง เปิดเผยว่า วันที่ 2 ของการรับคำร้อง มีผู้มาติดต่อหลายร้อยคน พร้อมย้ำการตรวจสอบไม่มีค่าใช้จ่าย และเปิดยื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
ส่วนนางโสภา อายุ 57 ปี ประชาชนใน ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่ผลการประกาศสิทธิเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลับไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบกรมการขนส่งทางบกระบุว่า เธอครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน
นางโสภา จึงไปตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี จึงพบว่า รถจักรยานยนต์ 1 คัน เป็นรถที่เคยถือครองตั้งแต่ปี 2536 และขายไปนานแล้ว เหลือใช้งานจริงเพียง 1 คัน ทำให้เธอตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดการทบทวนสิทธิครั้งนี้จึงใช้ข้อมูลเก่ากว่า 33 ปี ทั้งที่ภาครัฐระบุว่าจะพิจารณาจากข้อมูลปัจจุบัน
โซเชียลฯ แชร์เรื่องราวยายเก็บของเก่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกตัดความช่วยเหลือเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ คัดเลือกคุณสมบัติ “ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เนื่องจากในระบบขึ้นว่า ยายครอบครองรถเก๋งอยู่ 1 คัน ยายท้อใจ เก็บของเก่าขาย มีรายได้วันละ 50 บาท แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์ ด้านชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ สงสารหญิงชรา อยากให้รัฐบาลหันกลับมามองสภาพความเป็นจริง มากกว่าตัดสินจากเอกสาร
ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ที่หลุดเกณฑ์โครงการ ยื่นอุทธรณ์เข้ามาแล้ว กว่า 2.76 ล้านคน โดยผู้ที่ต้องการอุทธรณ์ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า อาจมีข้อมูลผิดพลาด และก่อให้เกิดความสับสนอยู่บ้าง เช่น การใช้คำที่ไม่ชัดเจน กรณีใช้คำว่ารถยนต์ แทนคำว่ารถ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกตีความถึงรถทุกประเภท ซึ่งจะปรับหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนขึ้นตามข้อทักท้วง
ยืนยันว่าเกณฑ์ที่ออกมาทำเพื่อคัดกรองให้ได้ประชาชนผู้ลำบาก เปราะบาง และมีรายได้น้อยที่สุด ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้จริง ๆ ไม่ให้ใครมาฉวยโอกาสนี้สวมรอยเป็นผู้มีรายได้น้อย
สำหรับผู้ที่หลุดจากสิทธิเดิม รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิตั้งแต่แรก ประมาณ 6 ล้านคน เบื้องต้นจะได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะได้ใช้สิทธิในเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งกระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบในอังคารนี้ (21 ก.ค.)