ลุ้น วัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลกแห่งใหม่

ลุ้น วัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลกแห่งใหม่

View icon 97
วันที่ 20 ก.ค. 2569 | 09.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เวทีมรดกโลกครั้งที่ 48 เริ่มแล้ว ทีมไทยแลนด์ พร้อมผลักดันการพิจารณา “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช" ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่

วันนี้ (20 ก.ค.69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (The 48th Session of the World Heritage Committee) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม 2569 โดยผู้แทนจากประเทศรัฐภาคีสมาชิก 196 ประเทศ คณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก องค์กรที่ปรึกษา ผู้สังเกตการณ์ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลกเข้าร่วม

ขณะที่คณะผู้แทนไทย มี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

สำหรับวาระสำคัญของไทย คือ การพิจารณา “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกมีกำหนดพิจารณาในช่วงวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2569 หากได้รับการขึ้นทะเบียน จะนับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และสะท้อนคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

นายสุชาติ กล่าวว่าได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ติดตามวาระการประชุมอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมในการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในวาระการเสนอชื่อแหล่งมรดกโลก ตลอดจนประสานงานกับศูนย์มรดกโลกและองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล ถือเป็นบทบาทสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์มรดกโลกของประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้การเสนอชื่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารประสบความสำเร็จ และก้าวสู่การเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อส่งต่ออัตลักษณ์อันทรงคุณค่านี้สู่รุ่นลูกหลานต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง