สภ.คลองลาน ส่งตรวจเลือด ร.ต.ต. ขับกระบะชน 3 แม่ลูก แล้ว ยันหากเมาแล้วขับจริง ดำเนินคดีเด็ดขาด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนใจ รถกระบะซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่ ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของแม่ลูก 3 คน เป็นเหตุให้แม่เสียชีวิต และลูกชาย 2 คนได้รับบาดเจ็บ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชนถึงความเป็นธรรมและการดำเนินคดีนั้น
ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความมั่นใจแก่สังคมว่า สภ.คลองลาน ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดแต่อย่างใด พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. พนักงานสอบสวน สภ.คลองลาน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบรถกระบะ สีดำ มีผู้ขับขี่เป็นข้าราชการตำรวจ ยศ ร.ต.ต. สังกัด สภ.คลองลาน ส่วนรถจักรยานยนต์ มี น.ส.ปิยวดี เป็นผู้ขับขี่ พร้อมบุตรชาย 2 คนซ้อนท้าย ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลคลองลานทันที ก่อนที่ น.ส.ปิยวดี จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยขณะนี้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีถูกนำมาเก็บไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คลองลาน เรียบร้อยแล้ว
สำหรับอาการของบุตรชายผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด คนโต อายุ 13 ปี อาการดีขึ้น แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว สามารถรับรู้และรับประทานอาหารได้ คนเล็ก อายุ 9 ปี เริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่
พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ จริยคุณ ผกก.สภ.คลองลาน เปิดเผยว่า ในทางคดีขอให้ญาติและประชาชนสบายใจได้ พนักงานสอบสวนได้ประสานแพทย์ รพ.คลองลาน เจาะเลือดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของ ร.ต.ต. ผู้ขับขี่ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลแล็ปอย่างเป็นทางการ
หากผลตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินคดีในความผิด อื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น การเมาแล้วขับถือเป็นความผิดร้ายแรง ยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากญาติผู้เสียชีวิตหรือประชาชนมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองลาน ได้ตลอดเวลา
ด้านบรรยากาศที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพของ น.ส.ปิยวดี เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเป็นการจัดงานศพวันที่ 3 และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเดินทางเข้ามาดูแล ให้ความช่วยเหลือ และร่วมติดตามความคืบหน้าทางคดี
อย่างไรก็ตาม ทางญาติของผู้เสียชีวิตยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ รวมถึงอนาคตและการเป็นอยู่ของเด็กๆ ทั้งสองคนหลังจากนี้ ซึ่งระบุว่าคงต้องรอหารือแนวทางการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจ