ป.ป.ช. ตาก เกาะติด กรมโยธาฯ บอกเลิกสัญญา-ขึ้นแบล็กลิสต์ ผู้รับเหมาดองงาน 4 ปี สร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม่สอด อ้างสถานการณ์วิกฤต คืบหน้าแค่ 44% เตรียมริบเงินประกัน
วันนี้ (23 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก พร้อมผู้แทนจากกรมโยธาธิการฯ และเทศบาลนครแม่สอด ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด วงเงินตามสัญญา 78.8 ล้านบาท (ต่อมาปรับลดเหลือ 71.5 ล้านบาท) ซึ่งครอบคลุมงานปรับปรุงศาลฯ ห้องน้ำสาธารณะ และภูมิทัศน์โดยรอบ
จากการตรวจสอบไทม์ไลน์โครงการ พบว่าเริ่มสัญญาตั้งแต่ ก.ย.63 แต่ผู้รับจ้างประสบปัญหาอ้างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขาดสภาพคล่องและขาดแรงงาน กรมโยธาธิการฯ จึงได้อาศัยมาตรการช่วยเหลือรัฐ ขยายสัญญาและแก้สัญญาให้ถึง 4 ครั้ง ยืดเวลาไปจนถึงเดือน ต.ค. 2567 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนเร่งรัดงานถึง 35 ครั้ง แต่ผู้รับจ้างกลับทำผลงานคืบหน้าไปเพียงร้อยละ 44.80 (ช้ากว่าแผนร้อยละ 55.20) และมีการเบิกจ่ายงบประมาณตามงวดงานไปแล้ว 30.5 ล้านบาท
ด้วยความล่าช้าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหนัก และไม่มีแนวโน้มว่าจะทำเสร็จตามกำหนด ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เซ็นอนุมัติให้ "บอกเลิกสัญญาจ้าง" ทุกฉบับอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน กรมโยธาธิการฯ กำลังเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเตรียมริบหลักประกันสัญญา ริบหลักประกันเงินล่วงหน้า รวมถึงยึดสัมภาระและอุปกรณ์ในไซต์งานทั้งหมด พร้อมดำเนินเรื่องแจ้งเวียนให้ผู้รับจ้างรายนี้ตกเป็น "ผู้ทิ้งงาน" ตามมาตรา 109 แห่ง พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการประเมินความเสียหายเร่งสำรวจเนื้องานที่เหลือ เพื่อคำนวณงบประมาณใหม่ และเตรียมเสนอตั้งงบในปี 2570 เพื่อหาผู้รับเหมารายใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาสานต่อโครงการให้แล้วเสร็จ
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก ยืนยันว่าจะเกาะติดกระบวนการเอาผิดและการจัดหาผู้รับเหมารายใหม่ของโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่า การใช้ข้ออ้างสถานการณ์วิกฤตเพื่อดองงานและเอาเปรียบรัฐ จะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด