แม่ทัพภาคที่ 4 เผยปรับยุทธวิธีล่าโจรใต้ เสียใจสูญเสียกำลังพล 5 นาย ยันยืนผู้ก่อเหตุเป็น “โจร” ไม่ใช่ “เจ้าหน้าที่”
วันนี้ (23 ก.ค. 69) พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เผยว่าจากเหตุการณ์ความสงบช่วงคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สั่งการให้ ฉก. ร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และผู้การตำรวจ ดำเนินการจัดกำลังเพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวคนร้ายให้ถึงที่สุด
ส่วนกรณีที่ เสธ ทบ. ลงพื้นที่แล้วสั่งการให้ยกระดับปฏิบัติการไล่ล่า หาตัวคนร้าย เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว คงจะต้องมีการปรับยุทธวิธี “ถามว่าผมเสียใจไหม ผมเสียใจ เพราะพวกเขาเป็นลูกน้องผม แต่เรื่องยุทธวิธีคงบอกวิธีไม่ได้ แต่ผมต้องทำแน่นอน”
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าก่อนหน้านี้ก็ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีมาตลอดพร้อมทั้งเดินหน้าเจรจา แม้ว่าเหตุจะน้อยลงแต่ความรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรจะจะต้องปรับปรุงตรงไหนเพิ่มเติม
แม่ทัพภาคที่ 4 เผยว่า ยอมรับว่ามีเรื่องต้องปรับโดยเฉพาะด่านตรวจในชุมชน อาจจะต้องมีการปรับจุดตรวจไปอยู่ในพื้นที่ที่เราสามารถควบคุมได้ ปฏิบัติตามยุทธวิธีได้ เพราะจุดที่อยู่ในชุมชนปฏิบัติการยุทธวิธีลำบาก เพราะมีบ้านเรือนพี่น้องประชาชนอยู่บริเวณโดยรอบ ซึ่งหลายจุดผมได้สั่งการไปที่ ฉก.จังหวัด ทุกจังหวัดทั้ง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ด้วย
ยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เป็นโจรแน่นอนไม่มีเจ้าหน้าที่ เพราะเรามีภาพข่าวมาเป็นเดือนแล้วว่าอาจจะมีการก่อเหตุ เพราะมีภาพข่าวการเคลื่อนไหว นำวัตถุระเบิดเข้ามา โดยมุ่งเป้าจะทำลายความเชื่อมั่นของรัฐเลือกสถานที่ราชการ แม้กระทั่งการลอบยิงเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือ อส. ซึ่งเราได้มีการสั่งการให้ระมัดระวังมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตามได้มีการเน้นย้ำในการปฏิบัติการทางการข่าวเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีบางจุดที่เป็นจุดอ่อนเพราะเป็นพื้นที่ที่ควบคุมไม่ถึง เราไม่สามารถไปยืนเฝ้าหมู่บ้านได้ทุกหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการดูแลความปลอดภัยภายในหมู่บ้านผมได้สั่งการไปทางนายอำเภอทุกอำเภอ ให้ดูแลความปลอดภัยภายในหมู่บ้านของตัวเองให้ได้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า หลายครั้งที่มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยแล้วมันไปกระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน แม่ทัพภาคที่ 4 เผยว่า เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากจำเป็นก็จะต้องทำ เพราะเวลาเราสูญเสียมันหนักกว่าเรื่องเศรษฐกิจ
ส่วนการก่อเหตุความไม่สงบจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติดหรือไม่หลังจากที่รัฐบาลรุกหนักปราบปรามเข้มข้นขึ้น แม่ทัพภาคที่ 4 ยอมรับว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บังคับกดดันติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งต้องยอมรับว่าในจังหวัดนราธิวาส ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราก็รู้อยู่ว่ากลุ่มโจรทั้งหลาย เขาวางแผนในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วมาปฏิบัติในบ้านเรา ปฏิบัติเสร็จก็ข้ามแม่น้ำไป ขึ้นเขาไป ซึ่งเราก็รู้และตามอยู่ และกลุ่มผู้ก่อเหตุครั้งนี้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วที่สุไหงโกลก เพราะวิธีการปฏิบัติเหมือนกัน แล้วเส้นทางการหลบหนีเส้นทางเดียวกัน
พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส รายงานว่า คดีที่ 1 เหตุคาร์บอน สภ.ตันหยง ความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ทราบแล้วว่ารถยนต์คันก่อเกิดเหตุนั้น เจ้าของอยู่ต่างจังหวัด มีการขายต่อกันมา แต่ยังไม่มีการโอนทะเบียน ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าผู้ครอบครองคนสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถคันดังกล่าว คือใครขอเวลาไม่เกิน 1-2 วัน ก็จะดำเนินการออกหมายจับ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้เราได้มีการควบคุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 2 คน อยู่ระหว่างซักถาม ซึ่งทั้งหมดบทให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก
ส่วนคดีที่สองเหตุกาดยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน จังหวัดนราธิวาส จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุมีมากถึง 13 คน ซึ่งใช้รถยนต์หนึ่งคันขับมาก่อเหตุ รวมถึงรถจักรยานยนต์ 2 คัน นั่งคันละ 2 คน
สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเราทราบว่าสีเดิมคือสีเทา ได้มีการเปลี่ยนสีเป็นสีดำ ป้ายทะเบียนสงขลาซึ่งผู้ถือกรรมสิทธิอยู่ต่างจังหวัด และได้มีการขายต่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามคนที่รับซื้อเป็นคนสุดท้ายในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้จะนำปลอกกระสุนไปเทียบเคียงเหตุการณ์ว่าเคยมีกระสุนลักษณะนี้ ใช้ในเหตุการณ์ใดก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งจากการสังเกตพบว่ารถยนต์ทั้งสองคัน ทั้ง 2 เหตุการณ์ เป็นการขายต่อกันมาโดยที่ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์
โดยเบื้องต้นพบว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เรามีคดีที่คนร้าย 4 คน เผากล้องวงจรปิดในพื้นที่เจาะไอร้อง และสามารถตรวจสอบได้ว่าคนที่ก่อเหตุได้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกันที่มาก่อเหตุในครั้งนี้ ขอเวลาอีกไม่นาน เชื่อว่าคดีนี้เราสามารถออกไปหมายจับเพื่อนำตัวบุคคลมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้