ห้องข่าวภาคเที่ยง - เกิดประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้แอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" หลายคน พบข้อมูลประวัติการรักษา ที่ไม่เคยเข้ารับบริการด้วยตัวเอง จนเกิดความกังวลว่าอาจถูกสวมสิทธิ์การรักษา ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเร่งตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม "หมอพร้อม" มีประชาชนลงทะเบียนใช้งานแล้ว มากกว่า 30 ล้านคน แอพนี้จะรวบรวมข้อมูลสุขภาพไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการรักษา ประวัติการเข้ารับบริการ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประวัติการแพ้ยา ใบรับรองแพทย์ การนัดหมาย และข้อมูลวัคซีน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกขึ้น เรียกได้ว่าหมอพร้อม เป็นฐานข้อมูลสุขภาพดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลการรักษาจากหน่วยบริการทั่วประเทศ แต่ล่าสุดเกิดปัญหาขึ้น
เมื่อเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ภาพ และข้อความว่ามีประชาชาชนหลายคนถูกสวมสิทธิ ยกตัวอย่างเช่น บางกรณีบอกว่า "มีคนสวมสิทธิใช้บริการสุขภาพไปตรวจเนื้องอก โดยที่เราไม่เคยไปตรวจเนื้องอกที่โรงพยาบาลนี้เลย แล้วคือเรามีประกันสุขภาพที่ทำหลังจากที่เขาลงว่าเราไปตรวจด้วยประกันโรคร้ายแรงด้วย ถ้าประกันโมฆะ คือจบ"
บางเคสบอกว่า พบประวัติการรักษา และการจ่ายยา ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับบริการ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า หากมีการจ่ายยา แสดงว่ามีการเบิกงบประมาณค่ารักษาหรือไม่ รวมถึงพบข้อมูลเวชระเบียน เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก และความดันโลหิต ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อการรักษาหากเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
หรืออย่างเคสนี้ บอกว่า เจ้าตัวเกิดปี 2537 แต่พอเข้าไปดูประวัติการรักษา คือมีมาตั้งแต่ก่อนตัวเองเกิดอีก ตั้งแต่ปี 2442 และ 2513 ระบุชื่อโรงพยาบาลชัดเจน และแผนกที่เข้ารับการรักษา
ทำให้หลายคนที่มีแอปพลิเคชันหมอพร้อม อยู่ในโทรศัพท์ต้องรีบเช็คว่า ข้อมูลของตัวเองถูกสวมสิทธิ์แบบในข่าวหรือไม่ หรือมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง หลายคนบอกว่า อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการรักษา สิทธิประกันสุขภาพ หรือแม้แต่ประวัติสุขภาพในอนาคตได้
หลังเกิดกระแสดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบความผิดปกติของระบบแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือระบบเชื่อมโยงข้อมูลกลาง โดยข้อมูลที่ปรากฏในแอป เป็นข้อมูลที่ได้รับจากโรงพยาบาล และหน่วยบริการสุขภาพที่บันทึกเข้าสู่ระบบ
นั่นหมายความว่า หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน อาจเกิดจากข้อมูลต้นทางที่ถูกบันทึกผิด มีการระบุตัวบุคคลผิด หรือเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างประสานโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อตรวจสอบสาเหตุ และเร่งแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นรายกรณี
แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการสวมสิทธิ์จริงหรือไม่ แต่ประชาชนไม่ควรมองข้าม หากพบข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะประวัติการรักษาเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคในอนาคต หากมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อาจทำให้การรักษาเกิดความผิดพลาดได้ รวมทั้งอาจส่งผลต่อการใช้สิทธิรักษาพยาบาล หรือการตรวจสอบค่าใช้จ่ายของกองทุนสุขภาพในอนาคต
ดังนั้น ประชาชนควรเข้าไปตรวจสอบข้อมูลของตนเองเป็นระยะ โดยเฉพาะประวัติการรักษา ประวัติการรับยา ผลตรวจ และชื่อสถานพยาบาลที่เคยเข้ารับบริการ หากพบข้อมูลผิดปกติ เช่น มีประวัติการรักษาที่ไม่เคยเข้ารับบริการ มีชื่อโรงพยาบาลที่ไม่เคยไป มีรายการยา หรือผลตรวจที่ไม่ใช่ของตัวเอง ควรรีบดำเนินการตรวจสอบทันที และแนะนำให้แจ้งเรื่องผ่านศูนย์ช่วยเหลือในแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือ LINE Official Account "หมอพร้อม" พร้อมแนบรายละเอียดของข้อมูลที่พบความผิดปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
อีกช่องทางหนึ่ง คือ การติดต่อโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่ปรากฏในประวัติการรักษาโดยตรง เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลต้นทาง และดำเนินการแก้ไขข้อมูลในระบบ หากพบว่าเป็นการบันทึกข้อมูลผิดพลาด
หากประชาชนสงสัยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนอาจถูกนำไปใช้โดยมิชอบ หรืออาจเข้าข่ายการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ยังสามารถร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีแถลงเพิ่มเติมที่กระทรวงสาธารณสุขด้วย
5 กรณี ที่บริษัทประกันชีวิต ไม่จ่ายชดเชย
เงื่อนไขประกันชีวิต กรณี ถูกแก้ข้อมูลในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" จะเกิดปัญหา สมมุติ มีการแก้ข้อมูลให้คุณเป็นโรคร้ายแรง และตัวคุณเอง ยังไม่เคยซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ตรงนี้จะมีปัญหา บริษัทประกัน จะไม่รับทำประกัน หรือไม่ให้ความคุ้มครอง เนื่องจากฐานข้อมูล แสดงผลว่า คุณป่วยโรคร้ายแรง แต่กรณี คุณเสียชีวิตไปแล้ว และจะมีการเรียกรับสินไหมชดเชย
คราวนี้ไปดู ระเบียบเกี่ยวกับการทำบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันจะไม่จ่าย หากเข้าข่าย 5 กรณี คือ
1. ปกปิด ให้ข้อมูลเท็จ
2. ฆ่าตัวตาย ภายใน 1 ปี
3. ถูกผู้รับผลประโยชน์ฆ่า
4. กรมธรรม์ขาดอายุ
5. ไม่ได้ทำประกันชีวิต
กรณี หากแอปพลิเคชัน หมอพร้อม แสดงผลสุขภาพ เท็จ ก็เข้าข่าย ข้อ 1 คือการปกปิด หรือให้ข้อมูลเท็จ บริษัทประกันชีวิต มีสิทธิ์ปฏิเสธ ความคุ้มครอง ได้ หรือ ถือว่า สัญญากรมธรรม์เป็นโมฆะ อีกวิธีอาจจะต้องมีการฟ้องร้อง เมื่อเรื่องถึงที่สุดแล้ว หากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้ บริษัทประกันชีวิต จ่ายชดเชยตามความคุ้มครอง เจ้าของกรมธรรม์ก็จะได้สิทธิประโยชน์นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่งศาล เพราะลักษณะนี้ บริษัทประกันภัยอาจจะฟ้องร้องผู้ถือกรรมธรรม์ได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากถือเป็นการฉ้อฉลประกันชีวิต
“พัฒนา” ย้ำตรวจสอบข้อมูล “หมอพร้อม” หากถูกสวมสิทธิ์
จากกรณีประชาชนมีการตั้งข้อสังเกตข้อมูลประวัติการรักษาในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ไม่ตรงกับที่เคยไปรับบริการจริง และกังวลถึงการสวมสิทธิการรักษาพยาบาล
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกข้อมูลในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม"
เป็นแพลตฟอร์มที่รับข้อมูลมาจากหน่วยให้บริการ ที่อยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งที่ถ่ายโอนแล้วและยังไม่ได้ถ่ายโอน และหากประชาชนพบข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้แจ้งมาที่แอปฯ หมอพร้อม จะทำการลบข้อมูลหน้าบ้าน แต่ข้อมูลทางหลังบ้านจะไม่ลบออก สามารถนำไปสอบสวนได้ว่า หน่วยบริการใดที่บันทึกข้อมูล และสืบหาสาเหตุว่า บันทึกข้อมูลผิด หรือเป็นการสวมสิทธิ์การรักษา อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข พร้อมปรับข้อมูลหน้าบ้านให้ตรงกัน แต่ข้อมูลหลังบ้านยังอยู่