ครม. เห็นชอบ 3 มาตรการภาษี ขยาย VAT 7% อีก 1 ปี ยกเว้นภาษี “เรือประมง-ทหารเออร์ลีรีไทร์” ตามเงื่อนไข
.
วันนี้ (27 ก.ค. 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎหมายด้านภาษีสำคัญ 3 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประชาชน และสนับสนุนการปรับโครงสร้างภาครัฐ ดังนี้
.
1. ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อขยายระยะเวลามาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออกไปอีก 1 ปี
.
โดยขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 7 (รวมภาษีท้องถิ่น) ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ให้มีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจ
.
2. ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินชดเชยเยียวยาที่กรมประมงจ่ายให้แก่เจ้าของเรือประมงที่เข้าร่วม โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2568 และปี พ.ศ. 2569 (รวม 923 ลำ วงเงิน 1,622.6 ล้านบาท) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาภาระภาษี เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบนำเงินชดเชยไปใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพใหม่และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้อย่างเต็มที่
.
ทั้งนี้ คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 167 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 160 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 7 ล้านบาท แต่จะช่วยลดภาระภาษีให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐโดยตรง และสนับสนุนให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง
.
3. ครม. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วม โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลีรีไทร์)
ของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2570
.
โครงการดังกล่าว ครอบคลุมข้าราชการทหารชั้นยศพันเอก นาวาเอก และนาวาอากาศเอกขึ้นไป ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี และมีเวลาราชการเหลืออย่างน้อย 2 ปี
.
โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อนประมาณ 7–10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามโครงการ
.
ทั้งนี้ คาดว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 120 ล้านบาท ตลอด 3 ปี แต่จะช่วยปรับขนาดกำลังพลระดับสูงของกองทัพ ให้มีความคล่องตัว ประหยัดงบประมาณตามเป้าหมายที่วางไว้
.