วันนี้ (28 ก.ค. 69) ที่ จ.อุทัยธานี นางมยุรี อายุ 52 ปี เกษตรกร พร้อมด้วยคนงานได้ทำการตัดดอกดาวเรือง ที่ปลูกไว้บนเนื้อที่จำนวน 3 ไร่ 3 งาน จากนั้นจะทำการคัดเกรดแล้วบรรจุถุง เพื่อรวบรวมขายส่งให้กับพ่อค้าที่มารับถึงบ้าน เพื่อนำไปขายต่อที่ปากคลองตลาด อีกทอดหนึ่ง เพื่อนำไปเป็นดอกไม้สำหรับบูชาพระและนำไปร้อยพวงมาลัย
โดยนางมยุรี เล่าว่า แปลงปลูกดอกดาวเรือง เมื่อก่อนเคยทำนาปลูกข้าว โดยใช้น้ำจากสระเก็บกักน้ำและน้ำในเขื่อนห้วยขุนแก้ว ที่ระบายลงมาช่วยภาคเกษตร ส่วนดาวเรืองเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและจะให้น้ำแบบระบบน้ำหยด ที่สำคัญมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 45 วันหลังจากปลูก ก็สามารถเก็บดอกดาวเรืองขายได้แล้ว ทำให้ได้เงินหรือผลตอบแทนเร็ว ซึ่งจะต่างกับการทำนามาก กว่าจะขายได้เงินใช้เวลา 3 เดือนกว่า ในขณะที่ดาวเรือง สามารถตัดดอกขาย ไปจนกระทั่ง 2 เดือนกว่า จึงจะหมดรุ่น
สำหรับใน 1 ปี จะสามารถปลูกดาวเรืองได้ 5 รุ่น ๆ ละ 2 เดือนกว่า หากดูแลบำรุงรักษาดีก็จะตัดดอกได้นาน และแต่ละรุ่น จะให้ผลตอบแทน 30,000 บาท ต่อไร่ ดังนั้นจึงต้องวางแผนการปลูกแบบไล่รุ่น เพื่อให้มีดอกดาวเรืองขายอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ขาดช่วง โดยจะเว้นช่วง เพียง 2-3 วัน จึงจะทำการตัดดอก ทำให้มีรายได้จากการขายดอกดาวเรืองปีละหลายแสนบาท โดยยังไม่หักค่าใช้จ่าย