เช้านี้ที่หมอชิต - เรื่องนี้นำมาเตือนภัย คนที่หางานทำ อย่างหญิงสาวคนนี้ต้องการหารายได้เพิ่ม มีรุ่นน้องแนะนำให้ทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ช่วยจัดการเรื่องเบิก-ถอนเงิน แต่สุดท้ายรุ่นน้องถูกจับ รู้ตัวว่าไม่รอด เพราะพัวพันกับงานผิดกฎหมาย
หญิงสาวคนนี้ไม่ปฏิเสธ เพราะรู้ตัวมาแต่แรกแล้วว่าไม่รอด นางสาวกุลชญา อายุ 44 ปี ยอมให้ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจคอมมานโด ที่ไปเจอเธออยู่ที่ริมถนนหมื่นประจญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี พาตัวไปดำเนินคดีแต่โดยดี
เธอ เล่าให้ฟังว่า เธอมีงานประจำ แต่รายได้แค่ 300-400 บาทต่อวัน และมีปัญหาเรื่องรายได้ ค้างค่าเช่าห้องพักมา 2 เดือนแล้ว ก็เลยปรึกษารุ่นน้อง ซึ่งแนะนำให้ทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นงานเบิกถอนเงินธนาคาร อยู่ในไทยไม่ได้ข้ามไปไหน
เลยยอมเดินทางไปจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อไปถึงก็มีคนมาพาไปเปิดบัญชีธนาคาร เข้าพักที่โรงแรม จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็ให้ไปถอนเงินสด 400,000 บาท และ 700,000 บาท แล้วก็ได้ค่าตอบแทนมา 8,000 บาท
เธอ ยืนยันว่า ถามแล้วว่านี่ใช่เป็นบัญชีม้าหรือไม่ อีกฝ่ายก็ปฏิเสธ บอกว่าเป็นงานถูกกฎหมาย แต่พอเห็นว่าบัญชีถูกอายัด และรุ่นน้องถูกจับ ก็รู้ตัวทันที
หลังถูกแจ้งข้อหา ตำรวจพาตัว นางสาวกุลชญาส่ง สภ.ตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป
ปัญหาเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยหนีไม่พ้นการเป็นทางผ่านไปประเทศต่าง ๆ "องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน" หรือ IOM เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา มีคนที่อาจเข้าข่ายเป็น "เหยื่อ" จากการค้ามนุษย์มากกว่า 3,000 คน ตัวเลขใกล้เคียงกับ พม. ที่บอกว่าปีที่แล้ว ช่วยได้ประมาณ 4,000 คน นอกจากนี้ ยังพบว่ารัฐบาลไทยได้ส่งกลับชาวต่างชาติกว่า 30,000 คน ที่ช่วยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
จึงมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ใช้วิธีการส่งข้อความสั้น เตือนนักท่องเที่ยวประเทศความเสี่ยงสูงที่ถึงสนามบินในไทย เพื่อจะได้มีช่องทางติดต่อ หรือช่วยให้มีข้อสังเกตก่อนตกเป็นผู้เสียหาย