สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร

View icon 39
วันที่ 31 ก.ค. 2569 | 20.04 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
วานนี้ เวลา 20.13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของคณะมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

โอกาสนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยข้างธงพุ่ม เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้น บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ยืนสวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป นำเสด็จหม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เชิญเครื่องทองน้อย และหม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ลงทางบันไดมุข เหนือด้านตะวันตก ไปยังมณฑลพิธี

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จตามธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ลงมายังมณฑลพิธี พร้อมด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เมื่อประทับพระเก้าอี้ ณ ทิมคดตะวันออก บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์ พรมน้ำพระพุทธมนต์ที่สะพาน และสวดพระพุทธมนต์ที่หัวสะพาน จบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเพื่อบูชาเทพรักษาสะพาน ที่หัวสะพานทิศตะวันออก ทรงรับกระดาษเงิน-กระดาษทอง จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงอธิษฐานแล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา แล้วประทับยืนรอบรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำเสด็จดวงพระวิญญาณ เสด็จข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 1 แล้วเสด็จตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 1 ทรงพระดำเนินเลี้ยวซ้าย บรรพชิตจีนนิกายหยุดยืนที่หน้าแท่นบูชาหันหน้าเข้าหาสะพาน

เมื่อประทับพระเก้าอี้  บรรพชิตจีนนิกาย สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเพื่อบูชาเทพรักษาสะพาน ที่หัวสะพานทิศตะวันตก ทรงรับกระดาษเงิน-กระดาษทอง จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงอธิษฐานแล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปเผา แล้วประทับยืนรอ บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำเสด็จดวงพระวิญญาณ เสด็จข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 2 และเสด็จตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 2 บรรพชิตจีนนิกายยืนที่หน้าแท่นบูชา
 
เมื่อประทับพระเก้าอี้ บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์หน้าแท่นบูชา จบแล้ว ประทับยืนรอ บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำเสด็จดวงพระวิญญาณ เสด็จข้ามสะพานโอฆสงสาร เที่ยวที่ 3 โดยเสด็จขึ้นหัวสะพานทิศตะวันออก และเสด็จตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ พร้อมด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล และหม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน

เมื่อเสด็จลงท้ายสะพานเที่ยวที่ 3 บรรพชิตจีนนิกาย 21 รูป เชิญเสด็จดวงพระวิญญาณ เสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางบันไดมุขเหนือด้านตะวันตกเสด็จตามเครื่องทองน้อย ธงพุ่มเชิญดวงพระวิญญาณ เมื่อประทับพระเก้าอี้ บรรพชิตจีนนิกายยืนสวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และเสด็จไปที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงกราบ

พิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร เป็นขั้นตอนสำคัญที่เปรียบเสมือนการนำดวงพระวิญญาณข้ามพ้นวัฏสงสารไปสู่ดินแดนอันเป็นสุข โดยมีพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินหรือเสด็จ ตามเครื่องทองน้อยและธงพุ่มดวงพระวิญญาณตามคติมหายาน โดยการเดินข้ามสะพาน พระสงฆ์จีนหรือญวน จะสวดมนต์นำขบวน โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จตามเครื่องทองน้อยและธงพุ่มดวงพระวิญญาณ, การโปรยทาน หรือการโยนเหรียญ ในระหว่างข้ามสะพาน จะมีการโยนเหรียญสตางค์ลงในอ่างน้ำที่หัวและท้ายสะพาน เพื่อสื่อถึงการละทิ้งทรัพย์สมบัติและกิเลสก่อนเข้าสู่ภพภูมิใหม่ และการข้ามกลับ เมื่อส่งดวงพระวิญญาณถึงแดนสวรรค์สมมติแล้ว ขบวนจะเดินข้ามสะพานกลับมายังฝั่งโลกมนุษย์ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

และเวลา 21.21 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในพิธีโยคะตันตระ หรือ พิธีทิ้งกระจาด ในการนี้ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย เชิญเครื่องทองน้อย และ พลอากาศเอก จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณ ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังมณฑลพิธี บรรพชิตจีนสวดพระพุทธมนต์ พิธีทิ้งกระจาด ซึ่งได้เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร, เกลือ, น้ำดื่ม, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังกรอบ และปลากระป๋อง ซึ่งจะน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ต่อไป

พิธีโยคะตันตระ หรือ พิธีอุทิศมหาทานแก่สรรพวิญญาณ ซึ่งประชาชน เรียกว่า "พิธีทิ้งกระจาด" เป็นพิธีกรรมสำคัญของพุทธศาสนานิกายมหายาน มีรากฐานจากหลักธรรมแห่งความเมตตากรุณา การให้ทาน และการอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เพื่อให้ได้รับอานิสงส์แห่งบุญ และมีโอกาสไปสู่สุคติภูมิ  คำว่า "โยคะตันตระ" หมายถึงพิธีกรรมที่ใช้การสวดพระคาถา มนตรา มุทรา และการประกอบมณฑลพิธี เพื่ออัญเชิญพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และเทพผู้พิทักษ์ธรรม ให้เสด็จมารับการบูชา และเป็นสักขีพยานในการประกอบพิธี พร้อมทั้งอำนวยพร และแผ่พระมหากรุณาไปยังสรรพวิญญาณทั้งหลาย ขณะที่คำว่า "ทิ้งกระจาด" เกิดจากธรรมเนียมการแจกจ่ายอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ยากไร้ ในอดีตนิยมบรรจุลงในกระจาด แล้วนำมาแจก จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกติดปากมาจนถึงปัจจุบัน ในคติของพุทธศาสนามหายาน เชื่อว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ดวงวิญญาณทั้งหลาย ได้รับส่วนแห่งบุญกุศลอย่างเสมอภาค สะท้อนหลักธรรมเรื่องความเมตตา ที่แผ่ไปยังสรรพสัตว์โดยไม่แบ่งแยก ทั้งยังเป็นการเตือนให้ผู้มีชีวิตระลึกถึงความไม่เที่ยงของสังขาร และตั้งมั่นในการสร้างคุณงามความดี เมื่อประกอบในพิธีกงเต๊ก พิธีโยคะตันตระจึงนับเป็นช่วงสำคัญของการบำเพ็ญกุศล เป็นการอุทิศบุญแก่ผู้วายชนม์ พร้อมทั้งแผ่เมตตาไปยังดวงวิญญาณทั้งปวง และสืบทอดคติความเชื่อที่ผสมผสานหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กับวัฒนธรรมจีนซึ่งปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน

สำหรับการประกอบพิธีในโอกาสพระราชพิธี หรือพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พิธีโยคะตันตระ ยังสะท้อนพระราชศรัทธา ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่ผู้ล่วงลับ และทรงสืบสานโบราณราชประเพณี อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีของแผ่นดิน ตลอดจนแสดงถึงพระราชปณิธาน ในการธำรงรักษามรดกทางศาสนา และวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ นอกจากนี้ การพระราชทานสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ในโอกาสประกอบพิธี ยังสะท้อนคุณค่าของหลักธรรมเรื่อง "ทาน" ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างกุศลในพระพุทธศาสนา แสดงถึงการเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ ควบคู่กับการอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ เป็นการสร้างประโยชน์ทั้งแก่ผู้ยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่จากโลกนี้ไปแล้ว ดังนั้น พิธีโยคะตันตระจึงมิใช่เป็นเพียงพิธีกรรมตามความเชื่อ หากแต่ยังหลอมรวมหลักธรรมแห่งความเมตตา ความกตัญญู การให้ทาน และการอุทิศบุญกุศลไว้ด้วยกัน สะท้อนคุณค่าทางพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และโบราณราชประเพณี ที่ได้รับการสืบทอดตราบจนปัจจุบัน

และเวลา 23.28 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปทรงสดับปกรณ์ ในการบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊ก ถวายพระบรมศพ ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้น บรรพชิตจีนนิกาย 10 รูป สวดมาติกา จบ ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร บรรพชิตจีนนิกาย สดับปกรณ์ จบแล้ว ทรงกรวดน้ำ บรรพชิตจีนนิกายถวายอนุโมทนา

จากนั้น บรรพชิตจีนนิกาย 9 รูป นำเสด็จหม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล ในการนี้ หม่อมหลวงณฐภา กิติยากร เชิญเครื่องทองน้อย และพลอากาศเอก จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณไปยังท่าราชวรดิฐ ทรงจุดไฟเผาธงพุ่มดวงพระวิญญาณ, พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (จำลอง), รถยนต์พระที่นั่ง (จำลอง), หุ่นข้าราชบริพารในพระองค์, ฉลองพระองค์ผ้าไทย รวม 8 องค์ ซึ่งมีทั้งชุดราตรี ชุดสากล และชุดพื้นเมือง, โรงโขน (จำลอง) รวมถึงสุนัขทรงเลี้ยง (จำลอง) 9 ตัว ที่จัดทำขึ้นตามพระประสงค์ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน ราชกัญญา ทั้งนี้ เพื่ออุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิธีกงเต็กหลวง คือการบำเพ็ญพระราชกุศล อุทิศถวายแด่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ล่วงลับ เป็นการผสานระหว่างพุทธศาสนาเถรวาท กับมหายาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคติความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน เพื่ออุทิศกุศลแด่ญาติหรือบุคคลสำคัญที่ล่วงลับ ให้ได้รับความสงบ สุคติ และพ้นจากทุกข์ในภพภูมิทั้งปวง  เป็นการแสดงความผูกพัน และความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยมีคณะสงฆ์จีนนิกาย หรืออนัมนิกาย ประกอบพิธีกรรม

ข่าวอื่นในหมวด