ชลประทานเชียงใหม่ เร่งเปิดประตูระบายน้ำแม่น้ำปิง หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เตรียมพร้อมรองรับมวลน้ำ พร้อมสั่ง จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ชลประทานเชียงใหม่ เร่งเปิดประตูระบายน้ำแม่น้ำปิง หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เตรียมพร้อมรองรับมวลน้ำ พร้อมสั่ง จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

View icon 69
วันที่ 1 ส.ค. 2569 | 10.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชลประทานเชียงใหม่ เร่งเปิดประตูระบายน้ำแม่น้ำปิง หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เตรียมพร้อมรองรับมวลน้ำ ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจตัวเมืองเชียงใหม่และพื้นที่ท้ายลำน้ำ พร้อมสั่ง จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (1 ส.ค. 69) นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา พื้นที่ จ.เชียงใหม่ และหลายอำเภอได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะ อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ และ อ.ฝาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มวลน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำกก ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปิง ได้แก่ อ.เชียงดาว และอ.แม่แตง ก็มีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองเชียงใหม่ รวมถึงชุมชนบริเวณท้ายลำน้ำ

จากการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พบว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลประตูระบายน้ำและฝายในแม่น้ำปิง เร่งดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อรองรับและระบายมวลน้ำที่กำลังไหลหลากลงมา

สำหรับประตูระบายน้ำแม่สอย ในพื้นที่ ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำตัวสุดท้ายในแม่น้ำปิง ปัจจุบันมีความสูงของผิวน้ำอยู่ที่ 7.1 ม. เมื่อเทียบกับปี 68 ที่มีความสูงของผิวน้ำเพียง 6.5 ม. เจ้าหน้าที่ได้ยกบานระบายน้ำทั้งหมด 4 บาน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ท้ายน้ำ 72.82 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบดอยเต่า ก่อนเข้าสู่เขื่อนภูมิพล

ขณะเดียวกัน ประตูระบายน้ำดอยน้อย ในพื้นที่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ได้ดำเนินการเปิดบานระบายน้ำจำนวน 2 ช่องบาน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงท้ายน้ำ 105.32 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยมีปริมาณน้ำเก็บกักเหนือฝาย 3.141 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนผู้เพาะเลี้ยงกระชังปลาและสถานีสูบน้ำบริเวณท้ายน้ำให้รับทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่ถูกระบายลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

นอกจากนี้ ที่ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำปิงเขตเศรษฐกิจตัวเมืองเชียงใหม่ ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำเช่นกัน

โดยเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 2 ช่องบาน มีปริมาณน้ำไหลผ่านอาคารประตูระบายน้ำ 106.50 ลบ.ม.ต่อวินาที และไหลผ่านบันไดปลา 1.00 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมปริมาณน้ำไหลลงท้ายน้ำ 107.50 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำเก็บกักเหนือ ปตร. อยู่ที่ 1.172 ล้าน ลบ.ม.

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 - 8 รวมถึงหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างกล เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักและสายรองอย่างใกล้ชิด พร้อมควบคุมการทำงานของประตูระบายน้ำและฝาย รวมทั้งตรวจสอบอาคารควบคุมต่าง ๆ ให้มีความมั่นคงแข็งแรงและพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุอุทกภัยหรือได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิผลต่อไป

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง