ไทยไม่ยอมรับ รายงานพิเศษ ฉบับลำเอียงเข้าข้าง “กัมพูชา” เตรียมทำหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ

ไทยไม่ยอมรับ รายงานพิเศษ ฉบับลำเอียงเข้าข้าง “กัมพูชา” เตรียมทำหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ

View icon 33
วันที่ 3 ส.ค. 2569 | 13.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“สีหศักดิ์” ย้ำ! ท่าทีรัฐบาลไทย ไม่เห็นด้วยรายงาน “แอนดรูว์ส“ที่ผ่านมาไม่เคยถาม “ไทย” สูญเสียอย่างไรบ้าง  เตรียมทำหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่
.
วันนี้ (3 ส.ค.69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงท่าทีไทยต่อการออกแถลงการณ์ของผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ว่า ในการเสนอรายงานของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา มีหลายประเด็นพาดพิงประเทศไทย
.
ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงการณ์ชี้แจงในเบื้องต้นไปแล้ว แต่การแถลงข่าววันนี้อยากย้ำท่าทีของรัฐบาล ที่มีหลายประเด็นไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับในรายงานดังกล่าว พร้อมย้ำว่า รายงานนั้นไม่ใช่รายงานของสหประชาชาติ แต่เป็นรายงานของนายนายทอม แอนดรูว์ส ซึ่งตามอานัติที่ได้รับของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ตามปกติเมื่อมีรายงานเสนอมา จะนำเข้าอภิปรายในที่ประชุมก่อน
.
ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเองเคยเป็นที่เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมาก่อน มีความเป็นห่วงการทำงานของนายทอม แอนดรูว์ส ที่ต้องเน้นหลักความเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง แต่ไม่เคยตรวจสอบกับฝ่ายไทยในประเด็นที่พาดพิง
.
และ ที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ คือ ฝ่ายกัมพูชาประโคมข่าว และคัดเลือกแค่ประเด็นที่มีผลกระทบกับประเทศไทยไปขยายผลต่อ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อในวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทั้งที่การหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ได้จบลงไปแล้ว พร้อมทั้งไม่อยากให้รายงานนายทอม แอนดรูว์ส ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
.
โดยเฉพาะกรณที่กล่าวหา ว่า ชาวกัมพูชาไร้ที่อยู่อาศัยไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ 650,000 คน ซึ่งความจริงแล้วมีจำนวนไม่ถึง  คาดว่า จำนวนดังกล่าวรวมชาวกัมพูชาที่อยู่ในหมู่บ้านที่รุกล้ำ เข้ามาในเขตไทยด้วย ตั้งแต่ที่มีสงครามกลางเมืองในกัมพูชา เมื่อ 50 ปีก่อน กลายเป็นหมู่บ้านกัมพูชาในเขตไทย ซึ่งจำนวนนี้ไม่อยู่ในข่ายที่เรียกว่า ผู้ถูกพลัดถิ่นในประเทศ
.
ขณะที่ ประเทศไทยก็ต้องอพยพคนประมาณ 400,000 คน ในช่วงที่มีความขัดแย้ง แต่เราบริหารจัดการดูแลคนของเรา การที่ผู้พลัดถิ่นเหล่านี้เป็นผลของสงครามที่ไทยไม่ได้เป็นผู้เริ่ม ความสูญเสียดังกล่าวรัฐบาลกัมพูชาต้องดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของคนเหล่านี้ให้ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไทยก็ดูแลคนของประเทศไทย และต้องรอคอยการแก้ปัญหาขั้นสุดท้ายระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวนั้น ต้องเป็นไปตามกรอบการเจรจาร่วมที่ตกลงไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และตามเจตนารมย์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
.
.
และ สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ การไม่พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ทั้งที่เกิดจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่ม ดังนั้น ถ้าจะให้รายงานเป็นธรรม ต้องรายงานความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย และขอโต้แย้ง คือ การกล่าวถึงแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทย และถูกบังคับให้กลับกัมพูชา สร้างภาระให้รัฐบาลกัมพูชา ขอย้ำว่า เราไม่เคยบังคับผลักดันแรงงานกัมพูชากลับกัมพูชา ทั้งที่อยู่ถูกกฎหมาย หรือ ผิดกฎหมาย แต่ในทางกลับกันกัมพูชาเรียกร้อบให้แรงงานกลับประเทศ และเมื่อกลับไปแล้วไม่มีงานทำ กลายเป็นภาระของรัฐบาล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่จะต้องดูแลแรงงานเหล่านี้
.
ขณะเดียวกัน ในรายงานของนายทอม แอนดรูว์ส พูดหลายประเด็น แต่กัมพูชานำเฉพาะเรื่องที่กระทบกับประเทศไทยไปขยายประเด็น และยังมีเรื่องเสรีภาพทางการเมือง การแสดงความเห็น อาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์สแกม การค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประชาคมโลก ซึ่งไทยก็มีความห่วงใย และในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย - กัมพูชา ที่นำไปสู่การหยุดยิง ก็พูดถึงความร่วมมือในเรื่องนี้ และไทยในฐานะเป็นสมาชิกคณะมนตรีมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างจริงจังในการประชุมสมัยหน้า รวมถึง มีความเป็นไปได้ที่จะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง  และเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการมากขึ้นในปราบปรามสแกมทั้งหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กัมพูชากำลังเริ่มทำอยู่
.
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ไทยจะทำหนังสือคำชี้แจง ความกังวล และข้อห่วงใย ถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)
.
ส่วนกรณีที่กัมพูชาที่ยังโจมตีไทยด้วยแผนที่ 1:200,000 จุดยืนของประเทศไทยเป็นอย่างไร นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า แผนที่นั้นเป็นเพียงเอกสาร แต่ขอยืนยันว่า ยังมีเอกสารอื่นเพิ่มเติมด้วย ซึ่งจะต้องดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสันปันน้ำ และประเทศไทย ยังยืนยันในแผนที่ 1:50,000 ซึ่งเป็นจุดยืนของเรามา เพราะส่งผลต่อคณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือ JBC
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง