“พัชรินทร์” ย้ำใช้กฎหมายป้องกันการกระทำผิดซ้ำ คดีเพศ-คดีรุนแรง หนุนใช้เป็นเครื่องมือสร้างความปลอดภัยให้สังคม
.
วันนี้ (3 ส.ค.69) ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 5 ศพในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการก่ออาชญากรรมซ้ำ และต้องการให้ผู้บังคับใช้กฎหมายเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ พร้อมนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม
.
หากผู้เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ตามเจตนารมณ์ เชื่อว่าจะช่วยลดการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับเพศและคดีที่ใช้ความรุนแรง ทำให้สังคมมีความปลอดภัยมากขึ้น และลดจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม
.
“อย่าปล่อยให้คนที่เป็นอาชญากรโดยสันดาน ต้องออกมากระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ดร.พัชรินทร์ กล่าว
.
ทั้งนี้ มีรายงานว่า มาตรา 22 ในกฎหมายฉบับดังกล่าว ระบุถึงมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ ได้แก่
.
(1) ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายจากการกระท้าความผิด
(2) ห้ามท้ากิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระท้าความผิด
(3) ห้ามเข้าเขตก้าหนด
(4) ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
(5) ห้ามก่อให้เกิดอันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย
(6) ให้พักอาศัยในสถานที่ที่ก้าหนด
(7) ให้พักอาศัยในสถานบ้าบัดที่ก้าหนดหรือให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลในสถานบ้าบัดภายใต้
การด้าเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุขตามที่ศาลเห็นสมควร
(8) ให้ปฏิบัติตามค้าสั่งของเจ้าพนักงานหรือผู้ดูแลสถานที่พักอาศัยหรือสถานบ้าบัด
(9) ให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติหรือได้รับการเยี่ยมจากพนักงานคุมประพฤติหรือ
อาสาสมัครคุมประพฤติหรือเจ้าหน้าที่อื่นตามระยะเวลาที่ก้าหนด
(10) ให้ใช้มาตรการทางการแพทย์ หรือมาพบหรือรับการตรวจรักษาจากแพทย์หรือบุคคลอื่นใด
ตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติก้าหนด
(11) ให้เข้ารับการบ้าบัดฟื้นฟูแก้ไขหรือเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติ
ก้าหนด
(12) ให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบถึงการเปลี่ยนสถานที่ท้างานหรือการเปลี่ยนงาน
(13) ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในการเฝ้าระวัง
.