ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชายอายุ 54 ปี ถูกตำรวจควบคุมตัวหลังขับรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ จนผู้ขับขี่เสียชีวิต ร่างกระเด็นลงไปในป่าหญ้าข้างทาง ก่อนพยายามขับรถหลบหนี ทั้งที่ล้อหน้าแตก ครูดไปกับถนนจนเกิดประกายไฟ เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่คนขับ อ้างเพื่อนชื่อ “ฟลุค” เป็นคนขับ แล้วหลบหนี แต่ภาพจากกล้องหน้ารถและคำให้การของพยานแวดล้อม กลายเป็นหลักฐานสำคัญมัดตัว
กล้องหน้ารถคันหนึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ขณะที่รถกระบะคันสีขาว ป้ายทะเบียนฉะเชิงเทรา ขับสวนเลนมา และมีประกายไฟตลอดเส้นทาง หลังล้อหน้าแตก ครูดไปกับถนน กระทั่งขับไปต่อไม่ได้ ไปจอดเสียหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ห่างออกไปไม่มาก
ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ หลังมีผู้แจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะคันนี้ชนรถจักรยานยนต์ จนมีผู้เสียชีวิต จากนั้นหลบหนีไป แต่พบเพียง "นายจินดา" อายุ 54 ปี ชาวอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ในอาการมึนเมา อยู่ฝั่งคนนั่ง รีบให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ขับรถ อ้างว่าหลับอยู่ในรถ ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ส่วนคนขับ ชื่อ “ฟลุค” หลังก่อเหตุมีคนมารับและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนจะถูกพลเมืองดีรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บที่ริมฝีปาก
ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า นายจินดาขับรถมาจอดเพียงลำพัง ไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในรถ ล้อหน้าขวาเกิดประกายไฟมาตลอดทาง เมื่อรถจอด นายจินดาเปิดประตูลงมาจากรถ เดินอ้อมไปฝั่งคนนั่ง จากนั้นมีพลเมืองดีขับรถตามมาหยุด ช่วยนำกรวยจราจรมาวางป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เพราะไม่รู้ว่านายจินดาก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ แต่นายจินดาซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา กลับตะโกนท้าทายและชกต่อยพลเมืองดี ก่อนจะถูกพลเมืองดีสวนกลับเข้าที่ปาก จนเลือดออกปากดังกล่าว
ตำรวจตรวจสอบ พบจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดจับกุมประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณทางโค้งแยกจิระภาไก่หมุน มุ่งหน้าถนนเลียบคลองเขื่อน พบรถจักรยานยนต์ สภาพพังยับเยิน ติดอยู่กับการ์ดเลน บนตัวรถพบข้อเท้าซ้ายของผู้ขับขี่ขาดติดอยู่ ส่วนร่างผู้เสียชีวิต อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระเด็นตกไปในพงหญ้า ห่างจากจุดชนประมาณ 10 เมตร
ล่าสุดเช้าวันนี้ ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหา ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขัง และเมื่อคืน ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ยังสอบปากคำไม่ได้ แต่ยืนยันคำให้การเดิมว่าไม่ได้เป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ ขณะที่พนักงานสอบสวนจะรอให้ผู้ต้องหาสามารถให้การได้ตามปกติ ก่อนดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดและแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนที่ห้องสุคติ โรงพยาบาลพุทธโสธร ญาติของนายสุพัฒน์ได้เดินทางมาติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตแล้ว หลังแพทย์นิติเวชผ่าชันสูตรเสร็จสิ้น โดยมีกำหนดเคลื่อนย้ายร่างในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดแหลมใต้ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา