จำคุก 343 ปี ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คดีฉ้อโกงหลอกลงทุน รวมทุกคดี คุกอ่วม 2,673 ปี

จำคุก 343 ปี ประสิทธิ์ เจียวก๊ก คดีฉ้อโกงหลอกลงทุน รวมทุกคดี คุกอ่วม 2,673 ปี

View icon 27
วันที่ 5 ส.ค. 2569 | 12.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอาญา พิพากษา จำคุก 343 ปี “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ปรับ 2 แสนบาท คดีฉ้อโกงหลอกประชาชนลงทุน รวมทุกคดี จำคุกอ่วม 2,673 ปี ส่วนจำเลย 2-4 ปรับรายละ 2.5 แสนบาท ร่วมกันคืนเงินให้ผู้เสียหาย

วันนี้ (5 ส.ค.69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟ้งคำพิพากษาคดี หมายเลขดำ อทย.638/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก, บริษัท เหนือโลก จำกัด, บริษัท มัณดาวีด์ จำกัด และบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด(มหาชน) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ

โจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลย 2-4  ประกอบธุรกิจลักษณะให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกและหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้ได้ใช้สิทธิในการซื้อขายสินค้าที่ร้านค้าสหกิจชุมชน ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ลักษณะขายเพ็กเกจทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ  ผ่านเว็ปไซต์ mandaweetour.com  โดยแยกแพ็กเกจตามระดับชั้นของสมาชิกให้จองโดยชำระเงินล่วงหน้า เสนออัตราค่าบริการถูกกว่าทั่วไป และหากไม่ใช้บริการในช่วงเวลาที่กำหนดก็มีประกันเงินคืนให้เป็นคูปองไว้ใช้ในแพ็กเกจหรือคืนเป็นเงินสดในอัตรา 1-10 % ของราคาแพ็กเกจที่จ่าย จำเลยที่ 4 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รับจองห้องพักและรับจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะได้สิทธิห้องพักและตั๋วเครื่องบินในราคาต่ำกว่าทั่วไป
 
เมื่อระหว่างวันที่ 3 ธ.ค.63 - 2 พ.ค.64 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสี่ได้บังอาจร่วมกันหลอกลวงและแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการโฆษณาประกาศ แพร่ข่าว ข้อความ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชนและบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้จัดทำเว็บไซด์ www.crabybrandname.com และกลุ่มแอพพลิเคชันไลน์ (LINE OFFICIAL) ชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน, "Sawadee Giftback", MBD ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์พนักงาน และกลุ่มลูกค้าในบริการสินค้าและบริการต่างๆ ในบริษัท M GROUP  โดยให้พนักงานของจำเลยทั้งสี่ ช่วยกันประกาศออกโปรโมชันให้ประชาชนศึกษาแผนการลงทุนผ่านทางคลิปวิดีโอ จนมีผู้หลงเชื่อ 173 คน และนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งสี่ ในรูปแบบต่าง ๆ

โดยมีเจตนาร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและนำเงินมาร่วมลงทุนในกองทุนชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน โดยเสนอว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอนแทนเป็นเงินกำไร หรือดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์ในลักษณะเป็นเงินหรือทรัพย์สินในอัตราที่สูงเกินกว่าร้อยละ 83.95 -164.25 บาทต่อปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายลงทุน แต่ความจริงแล้วพวกจำเลยไม่อาจที่จะจ่ายเงินต้นรวมทั้งกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทนตามที่กำหนดแต่อย่างใด เพียงแต่พวกจำเลยเจตนา ร่วมกันต้องการระดมเงินทุนและนำเงินทุนจากผู้เสียหายดังกล่าวมาหมุนเวียนจ่ายคืนให้แก่บุคคลและประชาชนทั่วไป ทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย 173 คน จำนวน 102 ล้านบาท

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 9, 11/1, 12, 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 (1) ฯ และ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินให้แก่ ผู้เสียหายทั้ง 173 คน พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความเรื่องการลงทุน พยานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ ให้จำเลยทั้งสี่ คืนเงินให้ผู้เสียหายในคดีนี้

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดกฎหมายหลายบทต่างกัน ให้ลงโทษจำคุก นายประสิทธิ์ จำเลย 1 กระทงละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 343 ปี ปรับ 200,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2-4 จำนวน 250,000 บาท  อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดให้จำคุกไม่เกิน 20 ปี คงจำคุก นายประสิทธ์ จำเลยที่ 1 รวม 20 ปี และให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหาย พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าชำระให้แก่ผู้เสียหายเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 คดี โดยคดีแรกพิพากษาเมื่อปี 2566 ถูกจำคุกรวมทั้งหมด 1,115 ปี พร้อมปรับเงินอีก 145 ล้านบาท จากกรณีหลอกเหยื่อ 321 คน ลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม และในปี 2568 นายประสิทธิ์ก็ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 1,210 ปี ในคดีฉ้อโกงประชาชนพร้อมให้ชดใช้เงิน 1,000 ล้านบาทคืนผู้เสียหาย 267 คน ต่อมาในปี 2569 ถูกศาลพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี 12 เดือน และให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกงลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม รวมเป็นโทษจำคุกนายประสิทธิ์ทุกคดีทั้งหมด 2,673 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกจริง 20 ปี