ครอบครัวและญาติเตรียมรับร่าง “ฮลุน โซโล่” กลับบ้าน สวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศล 3 คืน ย่าเชื่อหลานไปดี ไม่รู้วันที่เห็นร่างหลาน จะเข็มแข็งได้มากน้อยแค่ไหน
วันนี้ (5 ส.ค. 69) บรรยากาศที่บ้านเกิด "ฮลุน โซโล่" หรือ นายบวรทัต เป็งสุข ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังที่เสียใจชีวิตประเทศจอร์เจีย มีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน และแฟนคลับทยอยเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
โดยวันนี้บรรยากาศคึกคักขึ้นเป็นพิเศษ หลังมีข่าวยืนยันกำหนดการนำศพกลับประเทศไทย ทั้งนี้ ญาติและชาวบ้านต่างช่วยกันตั้งโต๊ะ เก้าอี้ กางเต็นท์ รองรับแขกที่จะมาร่วมงาน
ขณะที่ นางบัวสงค์ ผู้เป็นย่าของฮลุน มีกำลังใจดีขึ้นตามลำดับ ยิ้มแย้มแจ่มใส และยังคงออกมานั่งรอต้อนรับญาติพี่น้องหน้าบ้านเป็นประจำทุกเช้าเหมือนเช่นเคย
โดยเมื่อถามว่าฝันเห็นหลานชายบ้างหรือไม่ ย่าสงค์ เปิดใจว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยฝันถึงหลานเลยสักครั้ง ตอนนี้สบายใจขึ้นมาก เพราะมีพี่ มีน้องมาให้กำลังใจจำนวนมาก เหมือนได้ยาโอสถอันยิ่งใหญ่ แต่ว่าจะคิดยากในวันที่ศพหลานมาถึง ไม่รู้จะทำยังไง ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเข้มแข็งได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งมองในแง่ดีว่าน่าจะหมายถึงหลานชายไปสู่สุคติที่ดีแล้ว แม้ตนจะเป็นผู้เลี้ยงดูมาแต่เล็ก แต่เชื่อว่าตอนนี้พ่อแม่ผู้ล่วงลับของฮลุนได้มารับตัวไปอยู่ด้วยกันแล้ว พร้อมกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนและญาติมิตรที่คอยส่งกำลังใจมาอย่างไม่ขาดสาย
ด้าน นายสมพงษ์ อายุ 62 ปี ลุงของฮลุน เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวว่าศพจะเดินทางกลับถึงไทย ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านได้ร่วมกันปรึกษาหารือเตรียมสถานที่ทันที โดยได้รับความอนุเคราะห์จากนายอำเภอสมเด็จ เทศบาลตำบลสมเด็จ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเพื่อนบ้านในการจัดเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ และน้ำดื่ม
สำหรับกำหนดการเบื้องต้น หากไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการอื่นเพิ่มเติม จะมีพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลตามธรรมเนียมนาน 3 คืน ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดรังษีชัชวาล หมู่ที่ 4 ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์
ส่วนประเด็นการผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตซ้ำ เมื่อศพถึงไทยหรือไม่ นายสมพงษ์ระบุว่า ขณะนี้ญาติยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยลูกพี่ลูกน้องของฮลุนจะเป็นผู้ประสานงานหลัก ซึ่งต้องรอความชัดเจนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน หากผลยังไม่ชัดเจนก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีการชันสูตรอีกครั้ง
ส่วนกำหนดการที่แน่ชัดว่าศพจะถึงไทยเวลาใด และขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ยังคงต้องรอความชัดเจนจากญาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป