ชาวบ้านชุมชนวัดประดิษฐาราม ฝั่งธนบุรี ประสาน กทม. งมปืนใหญ่ขึ้นจากน้ำ พบจมอยู่ใกล้ตลิ่งคลองบางข้าหลวง คนงมของในคลองให้ข้อมูล ยังมีจมใต้น้ำอีกกว่า 10 กระบอก อยากให้นำขึ้นมาเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้
วันนี้ (5 ส.ค.69) เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ใช้รถแบ็กโฮ ดึงเชือกที่ผูกปืนใหญ่ขึ้นจากคลอง โดยปืนใหญ่กระบอกนี้ ถูกพบอยู่บริเวณตลิ่งริมคลองบางข้าหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่เก่า โดยสามารถนำขึ้นได้เมื่อช่วง 11.58 น.
นายชินวัฒน์ เจียมสมบูรณ์ ชุมชนวัดประดิษฐาราม บอกว่า จากการสังเกตลักษณะปืน พบเป็นแบบก้นโค้ง ซึ่งปราชญ์ชุมชนระบุว่า อาจจะเป็นปืนในสมัยอยุธยา นอกจากนี้ คนงมของในคลอง ยังให้ข้อมูลว่าถัดไปจากจุดที่พบ ยังมี "ปืนใหญ่ก้นหอย" ซึ่งเป็นปืนสมัยรัชกาลที่ 1 จมอยู่ใต้น้ำอีกมากกว่า 10 กระบอก รวมถึงมีการพบหัวกะโหลกม้าด้วย เนื่องจากพื้นที่นี้เคยเป็นสนามรบมาก่อนในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
สำหรับบริเวณท่าน้ำที่พบปืนใหญ่ เป็นของชุมชนชาวมอญ วัดประดิษฐาราม ซึ่งสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ได้ให้ชาวมอญมาสังกัดเป็นทหารเรือ สาเหตุที่พบปืนใหญ่จำนวนมาก คาดว่าเกิดจากในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยขึ้น ปืนใหญ่โบราณที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจึงถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณนี้
นอกจากนี้ นายชินวัฒน์ ยังพาทีมข่าวไปดู หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณใต้สะพาน พร้อมระบุว่า เป็นหลุมหลบภัยเพียงแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี (ก่อนหน้านี้เคยมีที่บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารี แต่ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปแล้ว) โดยหลุมหลบภัยปัจจุบันมีสภาพเสื่อมโทรมตามกาลเวลา เพราะขาดการบูรณะ ดูแลมานาน ป้ายข้อมูลหลุดร่อน และมีปัญหาน้ำขังเมื่อฝนตก
ชาวบ้านในชุมชนสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์พื้นที่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ได้ประสานงานให้หน่วยงานและมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยดูแล บูรณะ และจัดทำประวัติความรู้เพื่อเผยแพร่แล้ว ส่วนใครที่อยากเข้าไปชมพื้นที่ด้านใน สามารถติดต่อทางชุมชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุญาตเปิดเข้าชมได้