เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ กว่า 200,000 ชิ้น รถกระบะ 3 คัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
วันนี้ (5 ส.ค.69) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางได้รวม 205,704 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลการปฏิบัติการครั้งสำคัญในการสกัดกั้นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากไม่ให้แพร่กระจายสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นผลการดำเนินงานภายใต้ “ปฏิบัติการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” รวมถึงการบูรณาการทำงานของศูนย์สั่งการชายแดนไทย–ประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ
การจับกุมสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงวางแผนร่วมกันระหว่างจังหวัดสงขลาและอำเภอสะเดา ก่อนนำกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณลานจอดรถริมถนนกาญจนวนิชย์ หมู่ที่ 5 ตำบลพังลา เมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดรถกระบะ 3 คัน บุหรี่ไฟฟ้า 49,104 เครื่อง และตลับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 146,600 หัว รวมของกลางทั้งสิ้น 205,704 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามกฎหมายศุลกากร
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้รับจ้างขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท โดยรับสินค้าจากพื้นที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา ก่อนนำมาขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานคร ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามผู้ว่าจ้างและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งแต่การรับแจ้งเบาะแส การวางแผน จนถึงการเข้าจับกุม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดดำเนินการเร่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนที่ร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสาร จนนำไปสู่ความสำเร็จของปฏิบัติการในครั้งนี้
สำหรับการขยายผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผย เชื่อมั่นว่าจะสามารถติดตามผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายใต้ พรบ.ศุลกากร ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นมีโทษจำคุกประมาณ 3–10 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับฐานความผิดในแต่ละกรณี พร้อมยืนยันว่าจังหวัดสงขลาจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนซึ่งยังคงมีความพยายามลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงบูรณาการกำลัง เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ยาเสพติด และภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง