คู่กรณีลุงสมหมาย ไม่มาตามนัด เตรียมดำเนินคดีถึงที่สุด

คู่กรณีลุงสมหมาย ไม่มาตามนัด เตรียมดำเนินคดีถึงที่สุด

View icon 46
วันที่ 6 ส.ค. 2569 | 17.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จากกรณีชายขับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำร้ายร่างกาย นายสมหมาย อายุ 70 ปี ซึ่งประกอบอาชีพไรเดอร์ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านสุวินทวงศ์ หลังเกิดปากเสียงจากการจอดรถบริเวณช่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยคู่กรณีลงจากรถเข้าทำร้ายร่างกายนายสมหมาย จนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและศีรษะ ต้องเย็บแผล 6 เข็ม ก่อนขับรถออกจากที่เกิดเหตุ

ล่าสุด วันนี้ (6 ส.ค.) ที่ สน.มีนบุรี พนักงานสอบสวนได้นัดทั้งนายสมหมายและคู่กรณีเข้าพบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยคดี โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า นายสมหมายได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจเพื่อรอพบคู่กรณี ขณะที่กลุ่มไรเดอร์ G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน ได้เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมรวมตัวติดตามความคืบหน้าของคดี และเรียกร้องให้คู่กรณีเดินทางมาตามนัด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเลื่อนนัดมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการนัดหมายในวันนี้ที่คู่กรณียังไม่ได้เดินทางมาตามกำหนดเช่นกัน

โดย นายสมหมาย อายุ 70 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาตามนัดของคู่กรณี แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับผิดนัดอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ผิดนัดมาโดยตลอด ยืนยันว่าตนพร้อมให้อภัย เนื่องจากอายุมาก คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี และไม่ได้ต้องการมีเรื่องกับใคร แต่ต้องการให้คู่กรณีเข้ามาพูดคุยและเยียวยาความเสียหาย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และรายได้ที่ต้องสูญเสียจากการหยุดทำงานหลังถูกทำร้ายร่างกาย อีกทั้งบาดแผล ที่ร่างกายสามารถรักษาหายได้ แต่ความรู้สึกเจ็บที่ใจยังคงค้างคาอยู่

นายสมหมาย ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ขณะที่ตนไม่มีรายได้และอาศัยอยู่เพียงลำพัง พร้อมฝากถึงคู่กรณีว่า หากวันนี้ยังไม่เดินทางมาตามนัด ตนคงจะไม่เดินทางมาพบอีกแล้ว เพราะเกรงใจกลุ่มเพื่อนไรเดอร์ที่ต้องเสียเวลามาให้กำลังใจ รวมทั้งตนเองต้องเสียค่าเดินทางด้วยการนั่งรถแท็กซี่มา โดยไม่อยากรบกวนให้ใครต้องมารับส่ง เนื่องจากทุกคนต่างต้องออกไปทำมาหากิน

ส่วนที่ทนายความคู่กรณีที่ระบุว่า เป็นเพียงการทะเลาะวิวาทและชกต่อย จึงอยากถามกลับไปยังทนายฝั่งคู่กรณีว่ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นเพียงแค่การทะเลาะวิวาทชกต่อย ทั้งที่เป็นการทำร้ายร่างกายตามคลิปวิดีโอหลักฐานที่ปรากฏ

ส่วนการดำเนินคดี หากคู่กรณีไม่เดินทางมาตามนัด นายสมหมาย ระบุว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของทนายความเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย

นายสมหมาย ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีอาการเจ็บบริเวณดวงตาข้างขวา และแพทย์ได้นัดตรวจอาการอีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค. นี้ โดยระหว่างนี้ยังต้องติดตามอาการ เพราะยังมีอาการมองเห็นคล้ายมีฝ้าบดบังสายตา และมีอาการปวดตาอยู่ ทั้งนี้ตนเองใช้สิทธิรักษาพยาบาล 30 บาท แต่ยังมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ต้องรับผิดชอบเอง

ด้าน นายทวีศักดิ์ ซ้ายยศ ทนายความของลุงสมหมาย เปิดเผยว่า การนัดหมายในวันนี้เกิดจากฝ่ายคู่กรณีเป็นผู้ประสานผ่านพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยแจ้งความประสงค์ว่าต้องการพูดคุยกับนายสมหมาย ฝ่ายผู้เสียหายจึงเดินทางมาตามนัด แต่เมื่อช่วงเที่ยงของเมื่อวาน ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นทนายความของคู่กรณีได้แจ้งว่า ติดภารกิจขึ้นศาล จึงไม่สะดวกเดินทางมาพร้อมคู่กรณี และอาจทำให้คู่กรณีไม่เดินทางมาเช่นกัน

ทนายความ ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายสมหมาย ได้แสดงเจตนาชัดเจนแล้วว่าพร้อมให้อภัย หากคู่กรณีเข้ามาพูดคุยและเยียวยาความเสียหาย ดังนั้นการอ้างว่าทนายความไม่สามารถเดินทางมาด้วย จึงมองว่าไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้คู่กรณีไม่มาพบตามนัด ทั้งที่เป็นฝ่ายนัดหมายผ่านพนักงานสอบสวนเอง

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ผลการรักษาของนายสมหมายยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังต้องรักษาอาการต่อเนื่อง และคาดว่าระยะเวลาการรักษาอาจเกิน 20 วัน หากเป็นเช่นนั้น พนักงานสอบสวนสามารถพิจารณาแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายทั่วไป

ทนายความ ระบุเพิ่มเติมว่า หากคู่กรณีไม่เดินทางมาตามนัดในวันนี้ จะไม่มีการเดินทางมาไกล่เกลี่ยอีก และจะให้ทั้งสองฝ่ายไปว่ากล่าวกันในชั้นศาล พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ส่วนขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอใบสรุปผลการรักษาจากแพทย์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา หากผลการรักษาระบุว่าต้องรักษาเกิน 20 วัน ก็จะสามารถแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสได้

นอกจากนี้ ทนายความยังกล่าวถึงกรณีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทและชกต่อยกันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย มันไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะและพยานหลักฐานต่าง ๆ ชี้ชัดว่า นายสมหมายไม่ได้ทำร้ายร่างกายคู่กรณีแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า นายสมหมาย ต้องการเพียงให้คู่กรณีเข้ามาพูดคุย แต่ขณะนี้ผู้เสียหายมีอายุมากแล้ว และเริ่มเหนื่อยกับการต้องเดินทางมารอการเจรจาหลายครั้ง

ขณะที่ นายบุญเกิน อายุ 42 ปีตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน เปิดเผยว่า การนัดหมายในวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่คู่กรณีไม่เดินทางมาตามนัด โดยครั้งแรกหลังเกิดเหตุ คู่กรณีได้นัดว่าจะมาไกล่เกลี่ยที่สถานีตำรวจ แต่ก็ไม่มา พร้อมอ้างว่ากังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะเกรงว่ากลุ่มไรเดอร์จะเข้ามาทำร้าย ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเพียงข้ออ้าง

ส่วนการนัดหมายในครั้งนี้ คู่กรณีได้ขอเงื่อนไขว่าไม่ต้องการให้กลุ่มไรเดอร์เดินทางมาที่สถานีตำรวจ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย ทางกลุ่มจึงแจ้งให้สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ต้องเดินทางมา มีเพียงผู้ที่สะดวกและต้องการมาให้กำลังใจนายสมหมายเท่านั้น เพราะเข้าใจว่านายสมหมาย อาศัยอยู่เพียงลำพัง การเดินทางไปไหนมาไหนเป็นไปด้วยความลำบาก แต่ท้ายที่สุดคู่กรณีก็ยังไม่เดินทางมาตามนัดอีกครั้ง

และมองว่า นายสมหมาย เป็นฝ่ายผู้เสียหาย แต่กลับต้องเผชิญกับเงื่อนไขและการเลื่อนนัดของคู่กรณีหลายครั้ง ทั้งที่บ้านของนายสมหมายอยู่ห่างจาก สน.มีนบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางทุกครั้ง พร้อมระบุว่า นายสมหมาย ไม่ได้ต้องการออกสื่อหรือเป็นข่าว แต่อยากกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของนายสมหมาย แต่เกิดจากการกระทำของคู่กรณี

ดังนั้น หากเป็นฝ่ายกระทำผิดก็ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบและเยียวยาผู้เสียหาย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายและ พวกตนต้องคอยติดตาม พร้อมยืนยันว่าฝ่ายตนจะดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการกฎหมาย และจะไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาเหมือนที่อีกฝ่ายกระทำ