สกัดเฮโรอีนกว่า 8.6 กิโลกรัม ซุกขวดครีมกันแดด เตรียมส่งออสเตรเลีย

สกัดเฮโรอีนกว่า 8.6 กิโลกรัม ซุกขวดครีมกันแดด เตรียมส่งออสเตรเลีย

View icon 34
วันที่ 6 ส.ค. 2569 | 18.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
DSI ศปพ.5 ร่วมกับตำรวจภาค 5 สกัดเฮโรอีนกว่า 8.6 กิโลกรัม ซุกขวดครีมกันแดด เตรียมส่งออสเตรเลีย พร้อมจับหญิงสาว 2 คน นำส่งพัสดุดังกล่าว เผยโยงคดีทุจริตสวมบัตร เร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

วันนี้ (6 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต. เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สั่งการให้นายสมชาย ติไชย ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 บูรณาการด้านการข่าวและปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตรวจสอบการส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ ภายใต้เลขสืบสวนที่ 98/2569

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านบริษัทผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทางอากาศระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพฤติการณ์อำพรางยาเสพติดไว้ภายในสิ่งของเครื่องใช้ เพื่อจัดส่งออกนอกราชอาณาจักร ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังเข้าตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการขนส่งพัสดุทางอากาศระหว่างประเทศดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบพัสดุต้องสงสัย 2 กล่อง ซึ่งเตรียมจัดส่งไปยังปลายทางในประเทศออสเตรเลีย ภายในบรรจุขวดครีมกันแดดหลายขวด เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ภายในขวดดังกล่าว ลักษณะเป็นผงสีขาว เบื้องต้นเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวมประมาณ 8.6 กิโลกรัม ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการตรวจยึดไว้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งและภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของบริษัทขนส่ง พบผู้ต้องสงสัยเป็นหญิง 2 คน นำพัสดุมาฝากส่ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและเร่งติดตามตัว จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คนขณะหลบหนีในพื้นที่ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่สำคัญ เนื่องจากผู้บงการ และผู้ร่วมกระทำความผิดบางราย เคยได้รับบัตรหัวศูนย์ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตสวมบัตร ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 เคยสืบสวนสอบสวนมาก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อพิสูจน์ทราบเครือข่ายผู้กระทำความผิด ติดตามจับกุมผู้ส่ง ผู้รับ ผู้สนับสนุน และผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง