“พิพัฒน์” สั่งการ ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ซ้อมรับมือภัยพิบัติ

“พิพัฒน์” สั่งการ ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ซ้อมรับมือภัยพิบัติ

View icon 57
วันที่ 9 ส.ค. 2569 | 09.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“พิพัฒน์” สั่งการ ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ซักซ้อมรับมือภัยพิบัติ  หวังช่วยลดความเสียหาย

วันนี้ (9 ส.ค.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ประเทศไทยขณะนี้ บางพื้นที่เริ่มประสบสถานการณ์อุทกภัย ในขณะเดียวกัน มีอีกหลายจังหวัดยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การขาดแคลนน้ำอย่างใกล้ชิด รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญกับการป้องกัน แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวมถึงวางแผนการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและระยะยาวครอบคลุมทุกมิติ  เพื่อให้การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเกิดผลเป็นรูปธรรม ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะประสบกับฤดูฝน 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 ฝั่งอันดามัน ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และช่วงที่ 2 ฝั่งอ่าวไทย จะได้รับผลกระทบจากฝนในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงมกราคมในปีถัดไป

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เน้นย้ำเรื่อง การเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ  โดยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ซักซ้อมรับมือกับภัยพิบัติ และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจพื้นที่และเตรียมข้อมูลสำคัญ อาทิ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จุดจอดรถยนต์และยานพาหนะหากมีน้ำท่วมสูง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ จะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมอุตุนิยมวิทยา นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อให้เกิดข้อมูลที่แม่นยำในการบริหารจัดการน้ำและการพิจารณาการปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำ   เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานการณ์ภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

รัฐบาลเน้นย้ำให้จังหวัด หน่วยงานราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามข้อสั่งการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเคร่งครัด โดยให้สำนักงานชลประทาน ควบคุม และกำกับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน อาสาสมัคร เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้รองรับผู้ประสบภัยได้อย่างเพียงพอ พร้อมประสานหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนประชาชนและศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมพร้อมระบบการสื่อสารสำรอง  สำหรับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขให้เพียงพอรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินในช่วงที่เกิดสถานการณ์  โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก  และหลังเกิดภัยให้เข้าสำรวจและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน สถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว