จากกรณี เกิดเหตุทำร้ายร่างกายภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงชาวไทย อายุ 14 ปี และคู่กรณีเป็นเด็กหญิงอายุไล่เลี่ยกันจากอีกโรงเรียนหนึ่ง
โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับเด็กหญิงผู้เสียหาย ซึ่งเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุยังมีอาการมึนศีรษะ มีอาการปวดบริเวณรอบดวงตาทั้งสองข้าง พบมีรอยฟกช้ำ และมีบาดแผลบริเวณขา รวมถึงอาการระบมตามร่างกาย
เด็กหญิงเล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีนักเรียนหลายคนเข้ามาหา ก่อนพาเข้าไปบริเวณห้องน้ำภายในโรงเรียน จากนั้นคู่กรณีซึ่งเป็นเด็กหญิงที่เคยมีปัญหากัน ได้เข้ามาทำร้ายร่างกาย โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูก ตบ ต่อย ดึงผม และกดศีรษะลงบริเวณอ่างน้ำ นอกจากนี้ยังมีการบังคับให้ก้มลงกับพื้น และถูกทำร้ายบริเวณใบหน้า
ผู้เสียหายยังระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีเด็กนักเรียนคนอื่นอยู่บริเวณโดยรอบ แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวและไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ เด็กหญิงผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีที่มาจากปัญหาความขัดแย้งและการพูดถึงกันในกลุ่มเพื่อน โดยเธออ้างว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเรื่องของเธอไปพูดในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหาย และเมื่อมีการตอบโต้กลับ ทำให้คู่กรณีเกิดความไม่พอใจ ก่อนนำไปสู่เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เสียหายได้พาเข้าแจ้งความและลงบันทึกไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยในช่วงแรกผู้เป็นแม่ยังไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เมื่อได้รับชมคลิปที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ ก็รู้สึกตกใจและไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (9 ส.ค. 69) ครูประจำชั้นของนักเรียนผู้บาดเจ็บ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในวันเกิดเหตุช่วงบ่าย พบเด็ก 2 คนเดินเข้ามาบริเวณด้านหน้าสนามของโรงเรียน โดยทั้งสองสวมเสื้อคลุมมีฮู้ดปิดศีรษะ ทำให้ในขณะนั้นไม่ทราบว่าเป็นใครและเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์ใด
หลังจากเกิดเหตุและได้รับแจ้งจากนักเรียน ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณห้องน้ำหญิงทันที และสามารถควบคุมตัวเด็กหญิงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไว้ได้ 1 คน ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนที่ไม่ได้ลงมือทำร้าย
จากนั้นโรงเรียนได้นำเด็กที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักเรียนผู้ได้รับบาดเจ็บ มาสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล ให้เข้ามารับตัวไปดำเนินการตามขั้นตอน
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็ก แต่ยืนยันว่าโรงเรียนไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ โดยได้ประสานทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการพูดคุยและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าโรงเรียนไม่รับรู้หรือไม่ดำเนินการใด ๆ นั้น ครูยืนยันว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะทันทีที่ได้รับแจ้ง โรงเรียนได้เข้าตรวจสอบ ควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง และประสานตำรวจเข้ามาดำเนินการ
ครูประจำชั้นยังกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรนำไปสู่การ ถอดบทเรียนร่วมกันทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ครู โรงเรียน เพื่อนนักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะปัญหาความขัดแย้งของเด็ก หากปล่อยให้สะสมจากการพูดคุย การทะเลาะ หรือการกลั่นแกล้ง และไม่มีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยแก้ไขตั้งแต่ต้น อาจลุกลามจนกลายเป็นเหตุรุนแรงได้
“ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ แต่ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน” ครูประจำชั้นกล่าว