รัฐบาลสั่งหน่วยงานในพื้นที่เร่งตาม 8.3 แสนคน ยืนยันตัวตนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบ 5 จังหวัดยังไม่ยืนยันตัวตนมากสุด ส่วน 5 ล้านคน ยังไม่ยื่นทบทวนสิทธิ ย้ำดำเนินการภายใน 31 ส.ค.นี้
วันนี้ (9 ส.ค. 69) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องตกหล่นหรือเสียสิทธิเพียงเพราะไม่ทราบขั้นตอนหรือไม่สะดวกในการดำเนินการ โดยข้อมูลล่าสุดวานนี้ (8 ส.ค.69) พบตัวเลขการยืนยันตัวตนและการอุทธรณ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความพยายามของหน่วยงานในพื้นที่และช่องทางบริการที่เข้าถึงง่าย
ปัจจุบัน ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่มีจำนวน 3.1 ล้านคน โดยยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน (คิดเป็น 73%) เพิ่มขึ้นจากวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งมีผู้ยืนยันตัวตน 2.2 ล้านคน (คิดเป็น 68%) ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตนลดลงเหลือ 8.3 แสนคน (คิดเป็น 27%) จากเดิม 9.8 แสนคน (คิดเป็น 31%) รัฐบาลขอเชิญชวนให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนได้จนถึงวันที่ 12 ม.ค. 2570
สำหรับจังหวัดที่มีผู้ยังไม่ยืนยันตัวตนมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และขอนแก่น ซึ่งรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ครบถ้วน
ส่วนการยื่นขอทบทวนสิทธิ ล่าสุดมีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 4.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านคน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ขณะที่มีผู้ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5 ล้านคน จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 ส.ค.69 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนการยื่นขอทบทวนสิทธิสูงที่สุด ได้แก่ ลำปาง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และแพร่ สะท้อนว่าการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานในพื้นที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ แอปพลิเคชันเป๋าตัง เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์
“ยอดผู้ยืนยันตัวตนและยื่นทบทวนสิทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลจะติดตามและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย จึงขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ รีบใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสวัสดิการที่ควรได้รับ” น.ส.รัชดา กล่าว