คอลัมน์หมายเลข 7 : บ้านอาม่า-โรงเจ ย้ำไม่ใช่ตัวถ่วงหนุนสร้างเขื่อนฟันหลอ จ.นครปฐม ตอน 1

View icon 43
วันที่ 10 ส.ค. 2569 | 11.30 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรณีการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม ซึ่งต้องเว้นไว้บางช่วง กลายเป็นเขื่อนฟันหลอ ล่าสุดบ้านของ อาม่า และโรงเจ ขอชี้แจง ยืนยัน ไม่ได้คัดค้านการก่อสร้าง แต่ได้รับผลกระทบโครงสร้าง บ้านแตกร้าว เคยทวงถามผู้เกี่ยวข้อง ต่อความรับผิดชอบ แต่เลือกแก้ไขแบบโครงการแทน ติดตาม จากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7

เครื่องจักรกลหนัก ทั้งเรือโป๊ะที่ลอยอยู่ในแม่น้ำท่าจีนและคนงานที่เดินหน้า ดัดต่อ-เชื่อมเหล็ก เร่งเทปูน ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเข้าชุมชนในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กับโครงการระบบป้องกันน้ำท่วม ในพื้นที่ชุมชนนครชัยศรี ระยะที่ 1 จัดทำโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง

ทว่าแนวเขื่อนตรงนี้ เป็น 1 ใน 3 จุด ที่มีปัญหาจนกรมโยธาธิการและผังเมือง จำยอม ถอยจากเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเชื่อมต่อกันทั้ง 950 เมตร แก้ไขสัญญาเว้นแนวเขื่อนบางช่วงไว้เป็นฟันหลอ น้ำจะท่วมชุมชนหรือไม่ ไม่มีใครกล้ารับประกัน ต่างจากวัตถุประสงค์ที่ขอใช้เงินแผ่นดิน

เพราะปัญหานี้ไม่มีคำมั่นสัญญาให้บ้านอาม่าและโรงเจมั่นใจ จึงสงวนสิทธิ์เรียกร้องความเสียหาย กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งของคนในเขตเทศบาลตำบลนครชัยศรี ที่รอวันปะทุ หากน้ำท่วมชุมชน เพราะเหตุจากเขื่อนฟันหลอจากจุดนี้

คอลัมน์หมายเลข 7 จึงลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลขยายผลตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ช. จังหวัดนครปฐม, สตง. จังหวัดนครปฐม รวมทั้งตัวแทนหน่วยงานที่ทำโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมติดตามแก้ไขปัญหาร่วมกัน ภายใต้ปฏิบัติการเฝ้าระวังงบประมาณแผ่นดิน โครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไป ปีงบประประมาณ พ.ศ. 2569

ล่าสุด ทายาทของอาม่า และตัวแทนของโรงเจ ประสานขอให้ข้อมูลอีกด้านกับคอลัมน์หมายเลข 7 หลังต้องตกเป็นจำเลยของสังคม ทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยอมรับว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับข้อมูลก่อนหน้านี้ เพราะอาม่าและครอบครัวไม่เคยคัดค้าน การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมให้ก่อสร้างเขื่อนผ่านหลังบ้านริมแม่น้ำท่าจีน

ที่ผ่านมา บริษัทเอกชนที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เคยมาพูดคุย แต่ไม่ยินยอมทำสัญญารับผิดชอบซ่อมแซมบ้านให้ หลังเดินหน้าตอกเสาเข็มก่อสร้างเขื่อนแล้วกำแพงบ้านปูนแตก โครงสร้างไม้ที่ใช้มุงหลังคากลางบ้านทรุด และต้นมะม่วงอายุปีหลายปีล้มตามภาพที่เห็น

เอกชนไม่รับผิดชอบ แต่จะให้เจ้าของบ้านเซ็นเอกสารสละการเรียกร้องให้เอกชนรับผิดชอบตามกฎหมาย จึงไม่เป็นธรรม เพราะอาม่าและครอบครัวอยู่ที่นี่มานานกว่า 50 ปีแล้ว

ไม่ต่างจากประธานโรงเจ ย่ง เฮง ตั๊ว ระบุว่า เปิดทางให้เอกชนเข้ามาก่อสร้าง ใช้ทางลงท่าน้ำ หน้าศาลเจ้า โดยที่ผ่านมาประชุมร่วมกับเอกชนที่ก่อสร้างเขื่อนถึง 2 ครั้ง แต่พอจะสรุปผล เอกชนกลับไม่มาตามนัด จะไม่รับผิดชอบซ่อมเสามังกรทีกง เนื่องจากวิศวกรก่อสร้างบริษัทเอกชนเคยเข้ามาตรวจสอบ โดยยอมรับเสาอาจทรุดตัวเมื่อมีการตอกเสาเข็ม การก่อสร้างเขื่อนผ่านหน้าโรงเจ จึงเว้นไว้เป็นเขื่อนฟันหลอ

ปัญหานี้ คุณสมโภชน์ โตรักษา เคยนำเสนอ และขอให้กรณีนี้ได้มีการพูดคุยเจรจากัน ทั้งจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกชนที่ได้รับผลกระทบ โดยยึดหลักกฎหมายก็จะแก้ไขได้ไม่ยาก เพื่อให้เดินหน้าโครงการนี้ต่อไปได้

สอดคล้องกับข้อมูล ที่ ป.ป.ช. จังหวัดนครปฐม ระบุว่า เอกชนทั้ง 2 แห่ง เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม และพร้อมให้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมผ่าน แต่บริษัทเอกชน ต้องรับผิดชอบซ่อมแซมความเสียหายที่เป็นผลจากการก่อสร้างเขื่อน

เบื้องต้น ป.ป.ช. เตรียมขยายผลกรณีกรมโยธาธิการและผังเมือง ยอมแก้ไขสัญญา ปรับแบบก่อสร้างเป็นเขื่อนฟันหลอ จะทำให้การป้องกันน้ำท่วมมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับเงินแผ่นดินที่ใช้จ่ายไปหรือไม่ โดยจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาว่า หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้มีวิธีดำเนินตามกฎหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างการใช้เงินแผ่นดิน มิให้เกิดขึ้นปัญหาลักษณะนี้อีกในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง