เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 เขย่าพื้นที่ทางตะวันตกของโคลอมเบีย อาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหายอย่างหนัก พบผู้เสียชีวิตนับร้อยคน
เผยภาพนาทีที่อาคาร 4 ชั้นแห่งหนึ่งในเมืองเปเรย์รา (Pereira) ในจังหวัดริซารัลดา (Risaralda) ทางตะวันตกของโคลอมเบีย เกิดการสั่นไหวและพังถล่มลงมาจนฝุ่นตลบไปทั่วบริเวณ ทำให้ประชาชนพากันแตกตื่นวิ่งออกมาบนท้องถนนอย่างจ้าละหวั่น หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ซึ่งมีจุดศูนย์กลางในเขตเทศบาลเมืองซานโฮเซเดลปัลมาร์ (San Jose del Palmar) ในจังหวัดโชโก (Chocó) ลึกลงไปใต้ดิน 96 กิโลเมตร เมื่อเวลา 7 นาฬิกา 34 นาที วานนี้ (10 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 19 นาฬิกา 34 นาที วานนี้ตามเวลาในไทย
ส่วนที่เมืองกาลิ (Cali) ในจังหวัดบาเยเดลเกากา (Valle del Cauca) มีการเผยภาพวิดีโอขณะเศษซากอาคารของหน่วยฉุกเฉินร่วงหล่นระหว่างเกิดแผ่นดินไหว โดยชิ้นส่วนของอาคารพังถล่มลงมาใส่รถพยาบาลที่จอดอยู่ด้านนอก ขณะที่ผู้คนต่างรีบวิ่งหนีออกจากพื้นที่
ส่วนที่สนามบินนานาชาติมาเตกาญา (Matecaña International Airport) ในเมืองเปเรย์รา คอนเทนต์ครีเอเตอร์รายหนึ่งที่ชื่อว่า โฮเซ กัลเลโก (José Gallego) เผยภาพวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ช่วงเวลาอันน่าตื่นตระหนก ขณะหลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์ในอาคารสนามบิน พร้อมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางการสั่นไหวอย่างรุนแรง คลิปวิดีโอดังกล่าวยังเผยให้เห็นความเสียหายภายในสนามบิน เพดานที่ร่วงลงมา รวมทั้งความเสียหายภายนอกอาคารผู้โดยสารด้วย ขณะที่ สนามบินต้องหยุดให้บริการชั่วคราว
แผ่นดินไหวครั้งนี้ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาโคลอมเบียกล่าวว่า เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประเทศในช่วงศตวรรษที่ 21 เท่าที่มีการบันทึกไว้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 132 คน บาดเจ็บอีกราว 700 คน อาคารและสิ่งปลูกสร้างราว 5,000 หลัง พังถล่มหรือได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงพยาบาลและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็ได้รับความเสียหาย คาดว่าตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้คนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังและสูญหายนับร้อยคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ขณะเดียวกัน ทางการได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว พร้อมออกคำสั่งเคอร์ฟิว
ทั้งนี้ ประเทศโคลอมเบียตั้งอยู่ตามแนว "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกิจกรรมทางแผ่นดินไหวสูง และในแต่ละเดือนมีการบันทึกสถิติแผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายพันครั้ง โดยนักวิทยาแผ่นดินไหวจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น กล่าวว่า ความรุนแรงของแผ่นดินไหว, ตำแหน่งที่อยู่ห่างจากชายฝั่ง และการเคลื่อนตัวแบบแนวราบของแผ่นเปลือกโลก อาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น แม้ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นในระดับความลึกมากก็ตาม
(ขอบคุณภาพ SOY_GALLEGO via Instagram)