ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ถล่มตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น มีผู้เสียชีวิตแล้ว2คน นักท่องเที่ยวนับพันติดค้าง ญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด
เกิดเหตุฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์พัดกระหน่ำพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน นักท่องเที่ยวหลายพันคนติดค้างอยู่ตามสถานี ทางการญี่ปุ่นต้องประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด
รายงานข่าวระบุว่า พายุฝนได้พัดกระหน่ำอย่างหนักตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ส่งผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่ จังหวัดชิบะ ซึ่งอยู่ติดกับกรุงโตเกียว ปริมาณฝนที่สะสมทำให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดชะงัก ต้องสั่งยกเลิกเที่ยวรถไฟหลายสาย รวมถึงปิดการจราจรบนทางหลวงหลักหลายเส้นทาง
ฝนตกหนักรุนแรง กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ยกระดับการเตือนภัยในบางพื้นที่ของจังหวัดชิบะขึ้นสู่ "ระดับ 5" ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยภัยพิบัติฉุกเฉินสูงสุดตามเกณฑ์ของหน่วยงาน เพื่อเตือนให้ประชาชนรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นทันที
ด้านสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น อ้างอิงรายงานจากหน่วยบริการฉุกเฉินว่า เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 คน จมอยู่ภายในกระแสน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดชิบะ
ข้อมูลสถิติจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขเมืองชิบะวัดปริมาณฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมง (นับถึงเวลา 07.00 น. ของวันที่ 14 ส.ค.) ได้สูงถึง 367 มิลลิเมตร (14.44 นิ้ว)
ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของ "ทั้งเดือนสิงหาคม" ถึงกว่า 3 เท่า ซึ่งตกมารวมกันภายในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลันในหลายจุดทั่วเมือง
ส่วนที่กรุงโตเกียว สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 2569) เวลาประมาณ 16.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น และกรุงโตเกียวประกาศเตือนภัยปริมาณน้ำบริเวณแม่น้ำโนกาวะ แม่น้ำเซนกาวะ และแม่น้ำเซนปุคุจิ กรุงโตเกียว เพิ่มสูงขึ้น คาดการณ์ว่า อาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งทางการญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยระดับ 4 (อพยพจากพื้นที่ประสบภัยโดยทันที) แล้ว
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 16.11 น. ยังได้ประกาศเตือนภัยระดับ 4 จากฝนตกหนักในพื้นที่เขตเนริมะ กรุงโตเกียว เพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังภัยจาก น้ำท่วมขัง และน้ำในแม่น้ำล้นตลิ่ง
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ขอให้ชาวไทยโปรดเฝ้าระวังสถานการณ์เพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจได้รับ โดยติดตามข่าวสารของทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ในกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +81(0)90-4435-7812