รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เผยความคืบหน้าตรวจสอบคดีโกงสอบท้องถิ่น พยานหลักฐานมาก แบ่งเป็นหลายกลุ่ม คาดใช้กรอบเวลา 3-6 เดือน หากหลักฐานสาวไปถึง จำเป็นต้องสอบอดีตอธิบดี สถ. ยุคร่างทีโออาร์
วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่าขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร เพราะมีพยานหลักฐานค่อนข้างมาก แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม จึงต้องกระจายกันทำงานเป็นรายพื้นที่ ส่วนจะมีความคืบหน้าในรายละเอียดอย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการดำเนินการควบคู่กันไป คือ การตรวจสอบเกี่ยวกับการตรวจบัตรข้อสอบ ซึ่งได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบว่า มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยชี้แจงว่า จะมีการตั้งไต่สวน ใช้ระยะเวลานานประมาณ 3-6 เดือน ปัจจุบันด้วยพยานหลักฐานที่มีมาก ยืนยันหรือไม่ว่าจะใช้กรอบเวลาเช่นเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ยังเหมือนเดิม เพราะคณะกรรมการไต่สวนได้ประชุมกันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้แบ่งงานไปทำ แต่มีข้อจำกัดตรงที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการกระทำความผิดด้วย จึงต้องใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบ
ส่วนกรณีการออกหมายเรียกข้าราชการระดับสูงมาไต่สวน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ได้ออกหมายเรียก เพราะ ป.ป.ช. จะดำเนินการจากพยานหลักฐานกลุ่มใหญ่ก่อน ส่วนการตรวจสอบกระดาษคำตอบ ตอนนี้ต้นฉบับอยู่ที่ ป.ป.ช. การตรวจสอบไม่ยาก เพราะมีไฟล์อยู่แล้ว แต่เพื่อความโปร่งใส จึงต้องตั้งคณะกรรมการหลายฝ่ายขึ้นมาตรวจสอบด้วย โดยจะดำเนินการตรวจสอบให้เร็วที่สุด ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดกรอบเวลา
เมื่อถามว่า กรณีมีกระแสข่าวว่า คดีนี้โยงไปถึงกรณีการสอบแข่งขันบุคคล ปี 2564 รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ในเบื้องต้น ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับคดีการสอบแข่งขันปัจจุบัน หากพบว่า ข้อมูลเกี่ยวโยงกัน จะนำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบในบทบาทหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบ ส่วนสุดท้าย หากเป็นเรื่องการทุจริต ก็ต้องส่งมาที่ ป.ป.ช. จากนั้น ป.ป.ช.จะรับหลักฐานเหล่านี้มารวมในสำนวนทุกคดี จะเป็นในลักษณะนี้ โดยกรอบไต่สวนปัจจุบัน ตั้งไว้ประเด็นเดียว คือ มีการทุจริตในการสอบแข่งขันหรือไม่
เมื่อถามว่า สุดท้ายคดีนี้อาจสาวไปถึงเพียงแค่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานว่าสามารถสาวไปถึงใคร ซึ่งต้องดูหลายองค์ประกอบ ยกตัวอย่างการจัดทำทีโออาร์ เอื้อประโยชน์หรือไม่
ส่วนจำเป็นต้องตรวจสอบไปถึงอดีตอธิบดี สภ.ในยุคจัดทำทีโออาร์หรือไม่นั้น นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบไต่สวน หากมีข้อบ่งชี้ในส่วนไหน ต้องตรวจสอบถึงตรงนั้นอยู่แล้ว