รวบครบ ! 7 วัยรุ่น ปล้นทรัพย์ชาวญี่ปุ่น

View icon 11
วันที่ 14 ส.ค. 2569 | 11.05 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรณีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ถูกรุมทำร้ายหวังปล้นทรัพย์ บริเวณสวนสาธารณะ ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน ล่าสุดตำรวจตามจับเยาวชน อายุ 13-17 ปี ที่ก่อเหตุได้แล้วยกแก๊ง

คดีนี้เริ่มจากพลเมืองดีโพสต์ภาพและเรื่องราวลงในกลุ่มผู้ขับรถยนต์ผ่านแอปฯ เล่าว่า 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เวลาประมาณ 20.30 น. พบนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวิ่งมาขอความช่วยเหลือ หลังถูกรุมทำร้ายและปล้นทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณสวนสาธารณะ ใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน จึงพาไปทำแผล และเข้าแจ้งความกับ สน.มักกะสัน

ทีมข่าว 7HD ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซอยอโศก-ดินแดง 30 พบเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ค่อนข้างเปลี่ยว มีเพียงคนเร่ร่อนอาศัยอยู่ตามซอกมุม ด้านในมีถนนสี่เลนจริง แต่ไม่มีรถนยต์สัญจรไป-มา เพราะทางเข้า-ออกถูกปิด

นายอาทิตย์ อายุ 44 ปี พลเมืองดีที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเล่าว่า ขณะแวะจอดพักรถ ได้ยินเสียงเด็กตะโกนโวยวายออกมาจากป่าด้านใน เห็นเด็กวัยรุ่น 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายออกมาจากป่า 2 คัน ไม่นานชายชาวญี่ปุ่นก็วิ่งออกมาในสภาพเลือดไหลอาบ ไม่สวมใส่รองเท้า

ผู้เสียหายเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่ญี่ปุ่น ตั้งใจมาฉลองวันเกิด 16 สิงหาคมนี้ ที่ประเทศไทย แต่มาเกิดเหตุร้ายขึ้นเสียก่อน แม้เจ้าตัวจะไม่อยากเอาเรื่อง แต่ส่วนตัวกังวลว่า เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศ

ด้าน ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน ประสานตำรวจสืบสวนนครบาล พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำ แม้ที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด และทรัพย์สินของผู้เสียหายที่หายไปมีเพียงบัตรเครดิต 1 ใบ และรองเท้า 1 คู่ ที่หล่นหาย

แต่ชุดสืบสวนแกะรอยจากวงจรปิดหลังก่อเหตุ จึงทราบว่าเป็นกลุ่มเยาวชน 7 คน นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง 2 คัน มาก่อเหตุ อายุระหว่าง 13-17 ปี ตำรวจจึงจับกุมตัวมาที่โรงพัก พร้อมติดต่อผู้ปกครองให้มารับทราบ เบื้องต้นทั้งหมดยอมรับว่า ประสงค์ต่อทรัพย์จริง ๆ เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย จึงตามผู้ปกครองให้มารับกลับบ้านพัก พร้อมนัดหมายให้นำเยาวชนมาสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน เช้าวันนี้เวลา 09.00 น.

โดยแม่ของเด็กชาย อายุ 13 ปี หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ยกมือไหว้ขอโทษทั้งน้ำตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ลูกชายมีพฤติกรรมรุนแรงแบบนี้ แต่เพราะลูกชายไปติดเพื่อนหนัก ทำให้ไม่ค่อยอยู่บ้าน

ส่วนการดำเนินคดีวันนี้ตำรวจเชิญตัวเยาวชนมาสอบปากคำ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพแม้ทั้งหมดจะให้การยอมรับ มีการก่อเหตุจริง แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปคดีได้ เนื่องจากในรายละเอียดเชิงลึก ทางผู้เสียหายยังให้ข้อมูลไม่ชัดเจน เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ หลังจากนี้จะนำตัวเยาวชนชายทั้ง 7 คน ไปส่งศาลเยาวชนภายในวันนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง