ห้องข่าวภาคเที่ยง - ในระยะนี้ ภาคเหนือ-ภาคอีสาน ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง อย่างที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดสถานการณ์เข้าน้ำล้นตลิ่งจนทะลักเข้าหมู่บ้านกลางดึง หน่วยงานในพื้นที่ต้องเร่งอพยพชาวบ้านโดยด่วน
น้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านกลางดึก จ.แม่ฮ่องสอน
เป็นสภาพน้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนป๊อกขุ่มน้ำ ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยช่วงเวลา 22.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (13 ส.ค.) เกิดฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำลำน้ำแม่ฮ่องสอนล้นตลิ่ง ทะลักขึ้นพื้นถนน ขณะที่กระแสน้ำเชี่ยวได้ซัดเศษหิน ดิน ทราย และเศษวัชพืชไหลเข้าหมู่บ้านใกล้เคียง
เบื้องต้น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว อพยพกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมเตรียมล้างทำความสะอาดในพื้นที่หลังสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติทันที
ล่าสุด ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีชาวบ้านบางกลุ่มเข้าสำรวจพื้นที่บริเวณบ้านของตนเอง พบว่าน้ำยังไหลเชี่ยว ขณะที่ความเสียหายหนัก จนน่าใจหาย บ้านบางหลังถูกกระแสน้ำซัดผนังกำแพงเลยไปครึ่งหนึ่ง กระเบื้องหลังคาหายไป บางหลังถูกกระแสน้ำกัดเสาะดินจนบ้านเอียง ขณะที่ทุกหลังคาเรือนมีกองขยะอยู่ทั่วบ้าน ทั้งวัชพืช และของใช้ในครัวเรือนที่ลอยมากับกระแสน้ำ ชาวบ้านและหน่วยงานช่วยกันเก็บขยะบางส่วงออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนเพิ่มเติม
ระดับน้ำลดลง แต่พื้นที่การเกษตรยังมีน้ำท่วมขัง จ.บึงกาฬ
ขยับไปทางภาคอีสาน ที่จังหวัดบึงกาฬ พบว่า วันนี้วัดระดับน้ำในแม่น้ำโขง อยู่ที่ 12.15 เมตร ลดลงจากวานนี้ 15 เซนติเมตร ซึ่งใน 2 วันมานี้ระดับน้ำโขงลดลงกว่า 40 เซนติเมตร และมวลน้ำที่ไหลย้อนกลับเข้าลำห้วยสาขาและน้ำโขงที่ล้นตลิ่ง ในพื้นที่อำเภอปากคาด, อำเภอเมืองบึงกาฬ, อำเภอบุ่งคล้า และอำเภอบึงโขงหลง บางพื้นที่ยังคงมีท่วมขังอยู่เป็นวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ในพื้นท่ี่ที่เป็นแหล่งรองรับมวลน้ำฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ และรองรับมวลน้ำโขงที่ไหลย้อนกลับ ทำให้ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้าน รวมกว่า 700 ไร่ ทำให้ในระยะนี้ชาวเกษตรกรต้องขาดรายได้ไป ล่าสุดสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบึงกาฬ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว
ประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังฝนตกหนัก จ.ยโสธร
ส่วนที่จังหวัดยโสธร ได้มีการลดบานประตูระบายน้ำของเขื่อนยโสธร - พนมไพร ในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง ทั้ง 8 บานแล้ว หลังจากได้ทำการแขวนบานประตูระบายน้ำได้ 2 วัน พบว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีลดระดับลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนฯ ลดลงแล้ว 24 เซนติเมตร ส่วนปริมาณน้ำท้ายเขื่อนฯ ก็ลดลงเช่นกันดังนั้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำ และรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม จึงจำเป็นต้องปรับลดบานประตูระบายน้ำต่ำลง
อย่างไรก็ตาม สถานีอุตุนิยมวิทยายโสธร ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงระหว่างวันที่ 14 - 19 สิงหาคม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม