พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ดังนี้
เวลา 17.09 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ทรงเปิดอาคารทศมบพิตร ซึ่งกองทัพเรือ โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ สถานพยาบาลระดับชั้นตติยภูมิชั้นสูง กระทรวงกลาโหม ดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2562 เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วย ทั้งกำลังพลกองทัพเรือ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ที่มารับบริการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยกระดับมาตรฐานการรักษา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2566 และเปิดใช้อาคารเมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า “อาคารทศมบพิตร” มีความหมายว่า "อาคารที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 10"
โดยเป็นอาคารผู้ป่วยใน ความสูง 14 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 20,300 ตารางเมตร มีระบบการให้บริการทางการแพทย์ที่รองรับเตียงผู้ป่วย รวม 228 เตียง แบ่งเป็น เตียงผู้ป่วยทั่วไป 184 เตียง และเตียงผู้ป่วยวิกฤตและกึ่งวิกฤต 44 เตียง ภายในอาคารฯ ได้รับการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อการดูแลผู้ป่วยอายุรกรรมและโรคซับซ้อนโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบสนับสนุนการรักษาพยาบาลอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานสูงสุด รวดเร็ว และปลอดภัย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตรนิทรรศการ “นาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร : สายธารพระเมตตา รักษาปวงประชา ต่อยอดเวชศาสตร์ทหารเรือ” เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ และนำเสนอผลงานความก้าวหน้า ผ่าน 6 โซน ประกอบด้วย โซนสายธารพระเมตตา จัดแสดงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ สนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยสําหรับโรงพยาบาลในสังกัด รวมถึงการพระราชทานความช่วยเหลือ ในสถานการณ์วิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 อย่างต่อเนื่อง, โซนทศมบพิตร นามพระราชทาน จัดแสดงความเป็นมาของอาคารทศมบพิตร, โซนการแพทย์เชิงยุทธวิธี จัดแสดงภารกิจการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤต การปฏิบัติการแพทย์สนาม การส่งกลับสายแพทย์ และนวัตกรรมฝีมือแพทย์ทหาร
โซนศูนย์รักษาสายตาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า จัดแสดงความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยแสงเลเซอร์แผลขนาดเล็ก พร้อมโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงโอกาสในการมองเห็น, โซนศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง จัดแสดงเทคโนโลยีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง พร้อมการรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง ได้มาตรฐานสากล เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤต ตลอด 24 ชั่วโมง และโซนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จัดแสดงการยกระดับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่เพิ่มความแม่นยําสูงสุด ลดความเสี่ยง และสะท้อนความพร้อมของทีมแพทย์เฉพาะทางในการดูแลประชาชน
การเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล และประชาชนผู้มารับบริการของโรงพยาบาลฯ และถือเป็นจุดหมายสำคัญของกรมแพทย์ทหารเรือ ที่สะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการปฏิบัติภารกิจภายใต้ปณิธาน “การแพทย์ของทหาร คือ การแพทย์เพื่อประชาชน” เพื่อขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยให้มีความก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืนสืบไป
เวลา 18.23 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางสาวปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2567 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
เวลา 18.39 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงการคลัง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จากการจำหน่ายรูปหล่อลอยองค์พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ เทพประจำกระทรวงการคลัง และเหรียญที่ระลึกพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2568 ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบ 150 ปี โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งของแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี