ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจสอบสวนกลาง และกรมสรรพากร ระดมกำลังรวม 100 นาย ลงพื้นที่ 10 จุด ใน 5 จังหวัด จับกุมเครือข่ายเปิดบริษัท เพื่อขายบิล VAT ปลอมฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท
เป็นภาพขณะที่ตำรวจ บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ลงพื้นที่พร้อมกัน 10 จุด ในกรุงเทพฯ 4 จุด, นนทบุรี 3 จุด ที่เหลือคือ จังหวัดนครราชสีมา, สมุทรปราการ และชัยภูมิ จับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือ นางสาวรฐา อายุ 61 ปี, นายคณพศ อายุ 50 ปี และ นายปาณเดชา อายุ 33 ปี ดำเนินคดี ฐานร่วมกันออกใบกำกับภาษีปลอม พร้อมของกลาง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษี จำนวน 105 ฉบับ, รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย 12 แฟ้ม, เอกสารสัญญาจ้าง, สมุดบัญชีธนาคาร, ตราประทับบริษัท, คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ
คดีนี้สืบเนื่องจากกรมสรรพากร ได้ข้อมูลว่ามีกลุ่มบุคคล และนิติบุคคล มีพฤติการณ์ขายใบกำกับภาษีโดยที่ไม่มีการซื้อขายสินค้ากันจริง จึงประสานตำรวจแฝงตัวสืบสวนหาข่าว ก่อนจะเจรจาล่อซื้อ แล้วเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุม
ตัวการสำคัญมี 2 คน คือ นางสาวรฐา เพราะเป็นเซลล์คอยติดต่อกับคนที่ต้องการซื้อใบกำกับภาษีปลอม และ นายปาณเดชา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจจัดการบริษัทดังกล่าวทั้งหมด ส่วน นายคณพศ น่าเชื่อว่าจะเป็นบัญชีม้าของเครือข่ายนี้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีการจัดส่งใบกำกับภาษีปลอมให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งจากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ก็ให้การรับสารภาพ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า 3 บริษัทที่ตรวจค้น มีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน และมีสาขากระจายอยู่ตาม 5 จังหวัด มีการลักลอบขายบิลปลอมมาแล้ว 5 ปี ราคาซื้อ-ขายบิล จะคิดเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าของบิล แต่ซึ่งขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ
สำหรับการฉ้อโกงภาษีแบบนี้ เป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี, ปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท กรมสรรพากร จะดำเนินการตรวจสอบย้อนหลัง ทั้งบริษัทผู้ขาย และบริษัทผู้ซื้อ เพื่อดำเนินคดีอาญาและแพ่ง ตามเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง และค่าปรับต่อไป