ตำรวจแจงทำตามหน้าที่ หนุ่มวัย 34 ปี มีพิรุธ ซิ่งรถ จยย. หนีกว่า 4 กม. ตกหลุมเสียชีวิต พฐ.ตรวจรถไม่มีเบรกหลัง ขณะที่แม่ขอความเป็นธรรม บอกตำรวจทำเกินกว่าเหตุ
วันนี้ (17 ส.ค. 69) จากกรณี นางธัญญรัตน์ อายุ 53 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนและขอความเป็นธรรม หลังจาก นายกิตติภพ อายุ 34 ปี ลูกชาย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ แต่งซิ่งหลบหนีการติดตามของตำรวจชุดสืบสวน สภ.พุทไธสง
นางธัญญรัตน์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กลับมาจากเติมน้ำมันและกดเงินในตัว อ.พุทไธสง เพื่อที่จะเข้าบ้านพัก แล้วไปเจอตำรวจบริเวณ สี่แยกมะเฟือง ถนนเส้นพุทไธสง-ชุมพลบุรี โดยตำรวจได้ขับรถกระบะ 4 ประตูมา และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานพร้อมกับเรียกให้หยุดรถ แต่ลูกชายตกใจ ประกอบกับเกรงว่าจะถูกตำรวจจับ จึงตัดสินใจเร่งเครื่องรถขี่หลบหนีอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันตำรวจก็ขับรถกระบะไล่ติดตามติดตามอย่างกระชั้นชิด ระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร เนื่องจากรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะแต่งซิ่ง และพกพากระเป๋า ในลักษณะต้องสงสัยอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ก่อนที่รถจะเสียหลักตกหลุมขนาดใหญ่บนถนนจนรถล้มคว่ำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นางธัญญรัตน์ บอกอีกว่า สาเหตุที่ลูกชายต้องตัดสินใจหลบหนี ไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมายร้ายแรง หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายอื่นใด เพียงแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ ลูกชายมีกำหนดการสำคัญที่จะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง หากถูกตำรวจจับกุมในข้อหาเกี่ยวกับรถแต่งซิ่ง อาจทำให้เสียประวัติ และถูกตัดสิทธิ์จากการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นความหวังเดียวของครอบครัว ทั้งนี้ตนเองมองว่าการไล่ติดตามของตำรวจระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร อาจเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และกดดันจนทำให้ลูกชายตนเกิดอุบัติเหตุจนถึงเสียชีวิต จึงต้องการให้ตำรวจเข้ามาชี้แจง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตน
ล่าสุด พ.ต.อ.นพดล ทุนทวีศีลศักดิ์ ผกก. สภ.พุทไธสง ชี้แจงว่า ตำรวจชุดสืบสวนได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามหน้าที่ในการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ตลอดจนการกวดขันกลุ่มวัยรุ่นขี่รถดัดแปลงสภาพหรือแข่งรถในทางสาธารณะ เมื่อพบรถต้องสงสัยจึงสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ แต่ผู้ขับขี่กลับขี่รถหลบหนีด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงต้องไล่ติดตามตามยุทธวิธี โดยไม่ได้มีการเบียดหรือชนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ภ.จว.บุรีรัมย์ เข้าตรวจสอบสภาพรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่าตัวรถมีการดัดแปลงสภาพหลายจุด และที่สำคัญคือไม่มีระบบเบรกหลัง ซึ่งคาดว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เสียชีวิตไม่สามารถควบคุมหรือชะลอความเร็วของรถได้ทันเมื่อเจอหลุมบนถนน จนนำไปสู่อุบัติเหตุสลดดังกล่าว ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและผลการตรวจจากพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป