ห้องข่าวภาคเที่ยง - เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ทวงถาม ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติ ดึงจังหวัดปราจีนบุรีเข้าร่วม EEC ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน
ภาคประชาชนค้านไม่ร่วม EEC จ.ปราจีนบุรี
ภาคประชาชน โดยเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็ง นัดรวมตัวเดินทางไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทวงถามคำมั่นสัญญาจากรัฐบาล หลังยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาล และคณะกรรมการ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยุติกระบวนการนําจังหวัดปราจีนบุรีเข้าร่วมโครงการ หวั่นการดำเนินกิจกรรมของภาคอุตสาหกรรม กระทบภาคการเกษตร และป่าไม้ ซึ่งรัฐบาลเคยรับปากแล้ว แต่ต้องการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน
ส่วนเหตุผลสำคัญ ที่ต้องการให้รัฐบาลต้องยุติการนํา จังหวัดปราจีนบรีเข้าสู่ โครงการ EEC ได้แก่
1.จังหวัดปราจีนบุรี มีศักยภาพและจุดแข็งด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พื้นที่ต้นน้ำและป่าไม้สำคัญ
2. ดำเนินการขาดความโปร่งใส ส่งผลให้เกิดโรงงานทั้งผิดและถูกกฎหมาย กระจายไปทั่วโดยเฉพาะนักลงทุนจีน และเมื่อมี พ.ร.บ. EEC ปี 2561 ปราจีนบุรี กลายเป็น "หลังบ้าน EEC" แหล่งรองรับและกำจัดของเสียจากพื้นที่อุตสาหกรรมหลักในภาคตะวันออก
3.การศึกษาความเหมาะสมขาดความรอบด้าน ใช้เวลาศึกษาเพียงไม่กี่เดือน
4. กฎหมาย EEC เอื้อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมากกว่าการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชาวบ้าน
5. การขยาย EEC จะเร่งการกว้านซื้อที่ดินและเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
6.การนำ จังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC ทำให้สูญเสียพื้นที่น้ำอนุรักษ์
ทั้งนี้ทางเครื่อข่ายฯ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ทั้งเรื่องมลพิษ กากอุตสาหกรรม และการประกอบกิจการที่ผิดกฎหมาย
พิพัฒน์ ไม่ตอบ ปมดึง จ.ปราจีนบุรี ร่วม EEC
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ ปัดเรื่อง EEC นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล บอกเพียงว่า เท่าที่ทราบมีประเด็นเรื่องขยะที่สร้างมลพิษ โดยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
ส่วนกรณีข้อกังวลว่านายทุนจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องการทำกินของชาวบ้าน ไม่ทราบรายละเอียด ต้องไปสอบถามนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC และแม้ว่า ก่อนหน้านี้ ช่วงที่นายพิพัฒน์ เป็นประธาน EEC จะมีการเสนอจังหวัดปราจีนบุรีเข้าร่วม EEC ก็ได้มอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ไปศึกษาต่อว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนเหตุผลที่ เลขาธิการ EEC ต้องการดึง จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมพื้นที่โครงการนั้นมาจากความต้องการเรื่องแรงงาน เพราะแรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเดินทางมาทำงานได้สะดวกมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปความชัดเจน และหากเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นการเมืองก็ไม่กังวล